สิ้นสุดระบอบโชกุน

วันที่ 11 เมษายน 2411 เป็นวันที่โชกุนคนสุดท้ายของญี่ปุ่นยอมจำนนต่อองค์จักรพรรดิเมจิ

 

ทำไมญี่ปุ่นถึงยกเลิกระบอบโชกุน

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ชาติตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างมาก ทำให้เกิดความกดดันทางสังคมและการเมือง ระบบศักดินาเริ่มสั่นคลอน เกิดความวุ่นวายในเรื่องการเมืองการปกครอง เนื่องจากตระกูล “โทคุกาว่า” (Tokugawa) ซึ่งได้ขึ้นมาเป็นโชกุนเมื่อปี 2146 ได้ครองอำนาจการปกครองและกุมอำนาจทางทหารของประเทศเอาไว้ พร้อมกับลดอำนาจขององค์จักรพรรดิให้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของประเทศเท่านั้น ทำให้พวกเหล่าไดเมียว (เจ้าเมืองต่างๆ) ที่จงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิเริ่มไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถล้มล้างตระกูลโทคุกาว่าลงได้

โทคุกาว่า อิเอยาซุ (Tokugawa Ieyasu) โชกุนคนแรกของตระกูลได้รับตำแหน่งในขณะที่มีอายุมากแล้ว (60 ปี) จึงต้องรีบทำการสืบทอดอำนาจไปยังลูกชาย แต่ อิเอยาซุ รู้ดีว่าลูกชายมีความสามารถในระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงขั้นจะครองแผ่นดินได้ หากสิ้นเขาไปแล้ว พวกไดเมียวที่มีกำลังอำนาจจะลุกขึ้นมาก่อการอีกครั้ง จึงเริ่มทำการลดทอนอำนาจของขุนนางอาวุโส และให้กลุ่มขุนนางอายุน้อยที่เป็นคนสนิทเข้ามามีอำนาจในรัฐบาลแทน พร้อมกับกำหนดนโยบายต่างๆ ที่เป็นการลดทอนอำนาจของผู้ที่จะสามารถลุกขึ้นมาต่อต้านได้ รวมถึงการใช้นโยบายปิดประเทศเพื่อรักษาอำนาจเอาไว้

แต่เมื่อชาติตะวันตกเริ่มเข้ามาทำการค้ามากขึ้น ญี่ปุ่นจึงถูกบีบบังคับให้เปิดประเทศจนต้องทำสนธิสัญญากับชาติตะวันตกโดยไม่ได้รับการยินยอมจากองค์จักรพรรดิ ทำให้บรรดาไดเมียวและขุนนางที่ให้การสนับสนุนองค์จักรพรรดิไม่พอใจ เพราะอำนาจสูงสุดอยู่ที่องค์จักรพรรดิ การทำสัญญาใดๆ กับต่างประเทศควรจะต้องได้รับการยินยอมจากองค์จักรพรรดิก่อน จึงมีการรวมตัวกันเพื่อล้มล้างอำนาจของโชกุนตระกูลโทคุกาว่า

นอกจากจะเกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มโชกุนและผู้ที่สนับสนุนองค์จักรพรรดิแล้ว บรรดาพ่อค้าชาวญี่ปุ่นที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการค้ากับต่างประเทศดีพอจึงประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก รวมถึงชาวไร่ชาวนาที่มีความยากจนข้นแค้นอยู่แล้วก็ยิ่งจนลงไปอีก จึงหันไปร่วมมือกับกลุ่มต่อต้านและโค่นล้มรัฐบาลโทคุกาว่า

เมื่อรัฐบาลโทคุกาว่าเริ่มเสียคะแนนความนิยมจากประชาชนบวกกับโชกุน โทคุกาว่า อิเอโมชิ  (Tokugawa Iemochi) ได้ถึงแก่กรรมลงในปี 2409 ทำให้โทคุกาว่า โยะชิโนะบุ (Tokugawa Yoshinobu) ก้าวขึ้นมาเป็นโชกุนคนที่ 15 และคนสุดท้ายของญี่ปุ่น หลังจากขึ้นรับตำแหน่ง เขาได้เริ่มทำการปฏิรูปรัฐบาลบากุฝุ (Bakufu) เพื่อเสริมสร้างกองกำลังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาล โดยการสร้างโรงหล่อปืนใหญ่และจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐอเมริกา

แต่ด้วยความหวาดกลัวในความมั่นคงของรัฐบาลบากุฝุภายใต้ผู้นำที่เฉลียวฉลาดที่อาจจะเข้ามาช่วงชิงอำนาจองค์จักรพรรดิ ดั่งเช่น โทคุกาว่า อิเอยาซุ ทำให้เหล่าผู้สนับสนุนองค์จักรพรรดิเริ่มทำการล้มล้างโชกุนตระกูลโทคุกาว่า ประกอบกับในปี 2410 พระจักรพรรดิโคเมอิ (Komei) เสด็จสวรรคต จักรพรรดิเมจิขึ้นสืบราชสมบัติต่อจากพระราชบิดา ซึ่งในขณะนั้นฝ่ายที่สนับสนุนองค์จักรพรรดิล้วนเป็นพวกต่อต้านโชกุนโทคุกาว่าทั้งสิ้น ได้เริ่มทำการเข้ายึดอำนาจและโค่นล้มโชกุน โดยกระทำในนามขององค์จักรพรรดิเมจิ

กองกำลังทางฝ่ายโชกุนโทคุกาว่าไม่อาจสู้ได้และพ่ายแพ้ให้กับองค์จักรพรรดิเมจิ โยะชิโนะบุจึงลาออกจากตำแหน่งโชกุนในปี 2410 แม้โยะชิโนะบุจะลาออกจากตำแหน่งโชกุนแต่เขาก็ยังคงมีอิทธิพลอยู่มาก สงครามแย่งอำนาจระหว่างโชกุนและองค์จักรพรรดิจึงบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมืองหรือสงครามโบะชิง (Boshin)

เมื่อกองทัพฝ่ายผู้สนับสนุนโชกุนไม่สามารถต้านทานฝ่ายองค์จักรพรรดิได้ โยะชิโนะบุจึงหนีไปซ่อนอยู่ในนครเอโดะ (Edo) และนำส่งหนังสือยอมสวามิภักดิ์แด่องค์จักรพรรดิเมจิ ในวันที่ 11 เมษายน 2411 กระทั่งในปี 2412 กองกำลังฝ่ายสนับสนุนโชกุนที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนพ่ายแพ้อีกครั้ง ศึกครั้งนี้จึงถือเป็นจุดสิ้นสุดของระบอบโชกุน และเป็นการฟื้นฟูอำนาจองค์จักรพรรดิอย่างสมบูรณ์


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment