IRPCปรับพลิกวิกฤติ

IRPC ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจรับมือโควิด – 19 ความผันผวนราคาน้ำมัน ความต้องการ ที่เปลี่ยนไปและภาวะเศรษฐกิจโลก

นายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนปรับตัวเพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากสถานการณ์โควิด - 19 และสงครามราคาน้ำมันทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความสามารถในการทำกำไรผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1. Maintain Strong Market Position สำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ด้วยการขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศ ควบคู่ไปกับการเสาะหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในส่วนของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี นอกจากการติดตามสินค้าคงคลังของลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเข้าถึงและรู้ถึงความต้องการของลูกค้าแล้ว IRPC ยังมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ที่ตอบโจทย์วิถีการดำรงชีวิตรูปแบบใหม่ (New Normal) และ Mega trend โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยรูปแบบ และวิธีการทำงานร่วมกันระหว่างลูกค้า ฝ่ายการตลาด และนักวิจัยของ IRPC เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการขายผ่าน E - Commerce

2. CAPEX & OPEX Reduction จัดลำดับความสำคัญของโครงการลงทุนและปรับลดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และ 3. โครงการ Strengthen IRPC บริหารจัดการสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น การเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในช่วงราคาต่ำ (Strategic Crude) เพิ่มช่องทางจำหน่ายน้ำมันทั่วประเทศผ่านระบบท่อ ขุดลอกร่องทางเดินเรือรองรับเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งน้ำมันดิบต่อหน่วย พร้อมทั้งนำระบบดิจิทัลมาใช้ทั่วทั้งองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 IRPC มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 4,669 ล้านบาท (8.46 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 จากต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมส่วนใหญ่ยังคงถูกกดดันจากความต้องการที่ปรับตัวลดลง จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ โควิด – 19

ทั้งนี้ คาดว่าในครึ่งปีหลังความต้องการผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันดิบครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ประมาณ 40 – 45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งบริษัทอาจได้รับประโยชน์จาก Stock gain และจากปริมาณความต้องการของตลาดจะปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากการทยอยผ่อนคลายมาตรการล๊อคดาวน์ของหลายประเทศ ที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment