{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

นายกฯ อนุทิน นำทีมไทยแลนด์และผู้นำภาคเอกชนไทยคณะใหญ่กว่า 150 คน เปิดสำนักงานบีโอไอ ณ นครเฉิงตู เดินหน้าปักหมุดฐานปฏิบัติการเชิงรุกในศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีนตะวันตก มุ่งเป้าบริษัทด้านเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง AI หุ่นยนต์ การบินและอวกาศ เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด เพื่อดึงการลงทุนคุณภาพเข้ามายกระดับเศรษฐกิจไทย พร้อมจัดงาน Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum มีผู้เข้าร่วมกว่า 750 คน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้นำภาครัฐและเอกชนไทย ร่วมเปิดสำนักงานบีโอไอ ณ นครเฉิงตู อย่างเป็นทางการ และเป็นประธานเปิดงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum ณ Tianfu International Convention Center นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางซือ เสี่ยวหลิน ผู้ว่าการมณฑลเสฉวนและรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวน ผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชนจีนเข้าร่วมงาน โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 750 คน
ในงานสัมมนา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การเปิดสำนักงานบีโอไอ ณ นครเฉิงตู แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับการค้าและการลงทุนกับประเทศจีนและมณฑลเสฉวน ที่ผ่านมา การค้าและการลงทุนระหว่างไทยและมณฑลเสฉวนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหากนำจุดแข็งของมณฑลเสฉวนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีพลวัตโดดเด่น และมีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 5 ของจีน มาประสานกับจุดแข็งของไทย ทั้งในด้านทำเลที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางอาเซียน ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด บุคลากรที่มีคุณภาพ ซัพพลายเชนที่เข้มแข็งในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม จะช่วยยกระดับการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจร่วมกันได้

นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า รัฐบาลไทยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่รวดเร็ว มีคุณภาพ และมั่นคง ผ่านนโยบายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การเร่งรัดและอำนวยความสะดวกโครงการลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและพัฒนาบุคลากรทักษะสูง ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศควบคู่กับการลงทุนจากต่างชาติ โดยการเปิดสำนักงานบีโอไอ เฉิงตู จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับนักลงทุนในมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่ง เพื่อยกระดับการค้าและการลงทุนของทั้งสองฝ่าย และช่วยเปิดประตูสู่อนาคตที่มั่งคั่งและยั่งยืนร่วมกัน
ด้านนางซือ เสี่ยวหลิน ผู้ว่าการมณฑลเสฉวนและรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวน ได้กล่าวว่า ประเทศไทยและประเทศจีนเป็นเพื่อนบ้าน ญาติมิตร และหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน เราจึงควรเปลี่ยนมิตรภาพดังกล่าวมาเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกัน โดยประเทศไทยมีศักยภาพในหลากหลายด้าน อาทิ ยานยนต์ เกษตรและอาหาร ในขณะที่มณฑลเสฉวนมีความโดดเด่นด้านทรัพยากร อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ดังนั้น มณฑลเสฉวนจึงพร้อมส่งเสริมและแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย ทั้งในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายประสบความสำเร็จร่วมกัน

ภารกิจครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำผู้นำภาคเอกชนไทยกว่า 150 คน จากกว่า 40 บริษัท เดินทางไปร่วมงานที่ประเทศจีน นับเป็นการนำคณะภาคเอกชนไทยขนาดใหญ่ที่สุดร่วมเดินทางกับรัฐบาลไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ประกอบด้วย ประธานและผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย–จีน และผู้บริหารจากธุรกิจพลังงาน อาหารและเกษตร สุขภาพและเวลเนส เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ นิคมอุตสาหกรรม และสถาบันการเงิน โดยการร่วมเดินทางของคณะภาคเอกชนครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายกับภาครัฐและภาคธุรกิจจีน ขยายโอกาสการค้าและการลงทุน และเชื่อมโยงบริษัทเทคโนโลยีของจีนกับฐานอุตสาหกรรมและซัพพลายเชนของไทย โดยมีการนำเสนอศักยภาพการลงทุนของไทยและมณฑลเสฉวน การแบ่งปันประสบการณ์ของบริษัทไทยในจีนและบริษัทจีนในประเทศไทย รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยเพื่อสร้างเครือข่ายและต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และซัพพลายเชนกับผู้ประกอบการในประเทศจีน
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS