หมอประกิตย้ำ ภาษีบุหรี่อัตราเดียว ทางออก ลดคนสูบ-เพิ่มรายได้รัฐ

ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ชี้โครงสร้างภาษีบุหรี่ “อัตราเดียว” คือทางออกที่ช่วยเพิ่มรายได้รัฐและลดจำนวนผู้สูบ โดยเฉพาะ “เด็ก เยาวชน และผู้มีรายได้น้อย” แต่การปฏิรูปยังคงหยุดชะงักอยู่หน้าประตูกระทรวงการคลังและ ครม. ขณะที่ยาเส้นราคาถูกและบุหรี่เถื่อนยังเป็นช่องโหว่ให้คนเข้าถึงได้ง่าย สะท้อนความล่าช้าในการแก้โครงสร้างภาษี ที่ทำให้ไทยสูญเสียรายได้มหาศาล

ปัญหายาสูบไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การรณรงค์ให้คนเลิกสูบ หรือการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญที่ยังถูกมองข้ามคือ “ราคาและภาษี” เพราะโครงสร้างภาษียังเปิดช่องให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบมีราคาต่างกันมาก เด็ก เยาวชน และผู้มีรายได้น้อยจึงเข้าถึงได้ง่าย ทำให้การลดจำนวนผู้สูบไม่สำเร็จตามเป้าหมาย ส่งผลให้รายได้รัฐหายไปมหาศาล และสังคมไทยต้องแบกรับผลกระทบด้านสุขภาพที่รุนแรงขึ้นทุกปี ทั้งโรคเรื้อรังและค่าใช้จ่ายการรักษาที่สูงขึ้นจากบุหรี่ราคาถูกและบุหรี่เถื่อน

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า นอกจากการปราบปรามและการรณรงค์ให้ความรู้แล้ว สิ่งที่ยังเป็นจุดอ่อนของนโยบายยาสูบไทยคือ “ราคา” เพราะเมื่อราคายาสูบแต่ละชนิดต่างกันมาก นโยบายลดการสูบบุหรี่จึงไม่ค่อยได้ผล ปัจจุบันบุหรี่ซองถูกกฎหมายมีราคาประมาณ 60 กว่าบาท ขณะที่ยาเส้นยังขายเพียง 10 บาท หากผู้สูบไม่มีเงินซื้อบุหรี่ซอง ก็ควรเลิกสูบ ราคาที่สูงขึ้นคือแรงจูงใจให้เลิกสูบ แต่ในทางปฏิบัติผู้สูบบุหรี่กลับหันไปสูบยาเส้นแทน ซึ่งถือเป็นความผิดพลาด เพราะตามหลักสากล ผลิตภัณฑ์ยาสูบไม่ควรมีราคาที่ต่างกันมากเกินไป

ภาษีอัตราเดียวเพิ่มรายได้รัฐและลดคนสูบ

ศ.นพ.ประกิต ย้ำ ภาษีเป็นเรื่องสำคัญในการกำหนดราคาจากการใช้อัตราภาษี 2 อัตราเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปัญหา ทำให้ทำรายได้รัฐลด และผู้ผลิตผู้ขายบุหรี่มุดหนีลงตลาดล่าง แต่ถ้าเป็นภาษีอัตราเดียวเชื่อว่าจะเพิ่มรายได้รัฐและลดคนสูบได้ในอนาคต

ข้อดีของภาษีอัตราเดียว คือ รัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้น และช่วยลดจำนวนผู้สูบ แต่ตรงกันข้ามระบบภาษี 2 อัตราเป็นระบบที่หลายประเทศเลิกใช้แล้ว แต่ไทยกลับนำระบบภาษี 2 อัตรามาใช้ตั้งแต่ปี 2560 ผลคือ กำไรของโรงงานยาสูบจากเดิมปีละ 8,000-9,000 ล้านบาท ลดลงเหลือไม่ถึงร้อยล้านบาท ขณะที่ภาษีรัฐที่จัดเก็บได้ก็ลดลง เพราะบุหรี่ที่ควรเสียภาษีสูงกลับหนีลงมาแข่งขันในตลาดล่างเกือบ 95% เพื่อให้เสียภาษีน้อยลง

“ถ้าปรับเป็นอัตราเดียว รัฐจะเก็บภาษีได้มากขึ้น ซึ่งเป็นหลักสากล องค์การอนามัยโลกเคยส่งผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำไทยตั้งแต่ปี 2561 และ 2562 ให้รีบปรับเหลืออัตราเดียว แต่ไทยไม่ได้ดำเนินการ กลับไปปรับระดับภาษีภายใต้ระบบ 2 อัตราแทน ซึ่งไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ดังนั้นควรปรับเป็นอัตราเดียว แต่ไม่ทราบว่ายังชักช้าอยู่ตรงไหน”

จับตา ครม. เคาะภาษีบุหรี่อัตราเดียว หลังสัญญาณเคลื่อนไหวแรง

ศ.นพ.ประกิต ระบุ เท่าที่ทราบภาครัฐได้ข้อสรุปแล้วว่าจะปรับเป็นภาษีอัตราเดียว แต่ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยก่อนหน้านี้มีการสอบถามความเห็นทางกฎหมายว่า การเปลี่ยนนโยบายดังกล่าวจะขัดรัฐธรรมนูญหรือกระทบรัฐบาลถัดไปหรือไม่ แต่ขณะนี้ผ่านรัฐบาลเฉพาะกาลมาแล้วและเข้าสู่รัฐบาลใหม่แล้ว จึงเป็นช่วงเวลาที่สามารถเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีได้เต็มที่

“เท่าที่ฟังมา จะปรับเป็นอัตราเดียวแล้ว แต่จะเกิดขึ้นเมื่อไรไม่ทราบ เพียงแต่มีข่าวจากฝั่งโรงงานยาสูบ (ปัจจุบันคือการยาสูบแห่งประเทศไทย) ออกมาโจมตีว่าการปรับเป็นอัตราเดียวจะยิ่งแย่ ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหว และรัฐบาลน่าจะนำเข้าสู่ ครม. ในไม่ช้า”

โรงงานยาสูบไทยเสียตลาด ต่างชาติบุกตลาดล่าง

ก่อนเปลี่ยนมาใช้ระบบภาษี 2 อัตรา ศ.นพ.ประกิต บอกว่า บุหรี่ต่างประเทศมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% ส่วนบุหรี่ไทยมากกว่า 60% แต่หลังเปลี่ยนระบบภาษี ส่วนแบ่งของบุหรี่ไทยลดลงเหลือไม่ถึง 50% และบางช่วงบุหรี่ต่างประเทศมีสัดส่วนมากกว่าโรงงานยาสูบไทย การเสียตลาดของยาสูบไทยจึงนับว่าน่าสนใจ เพราะต้นทุนการผลิตสูงกว่าต่างชาติ ขณะที่บุหรี่ต่างชาติที่ผลิตจากประเทศอื่น เช่น ฟิลิปปินส์ สามารถทำราคากลางได้ถูกกว่าบุหรี่ไทยที่ขายดีที่สุด ทำให้โรงงานยาสูบไทยแข่งขันลำบาก ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะโรงงานยาสูบ แต่ยังกระทบรายได้รัฐด้วย เพราะกำไรของโรงงานยาสูบประมาณ 80% ต้องส่งเข้ารัฐบาล

“ก่อนปรับโครงสร้างภาษี รัฐเคยเก็บภาษีได้เกือบ 70,000 ล้านบาท แต่ค่อย ๆ ลดลง จนปีที่แล้วเหลือประมาณ 40,000 กว่าล้านบาท รายได้หายไปเป็นหมื่นล้านบาท”

บุหรี่เถื่อนโยงคอร์รัปชัน ไม่ใช่ภาษีอย่างเดียว

การขึ้นภาษีอาจทำให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ศ.นพ.ประกิต มองว่าปัญหาบุหรี่เถื่อนเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการควบคุมและระดับคอร์รัปชันมากกว่าระดับภาษี หากระบบควบคุมไม่ดีและมีคอร์รัปชันสูง บุหรี่เถื่อนก็เล็ดรอดเข้ามาได้ง่าย แต่ในประเทศที่บังคับใช้กฎหมายเข้มแข็ง แม้ขึ้นภาษีก็ไม่ได้ทำให้บุหรี่เถื่อนระบาดเหมือนในไทย โดยยกตัวอย่างว่า การตรวจโกดังสินค้าที่แหลมฉบังทำได้เพียง 20-30% ส่วนที่เหลือไม่สามารถตรวจได้ทั้งหมด จึงมีโอกาสที่สินค้าผิดกฎหมายหลุดรอดเข้ามา

“กระบวนการสกัดของเถื่อน รวมถึงบุหรี่เถื่อน ยังมีปัญหาเยอะ องค์กรศุลกากรโลกเคยระบุว่า ในบรรดาของเถื่อนทั้งหมด บุหรี่เถื่อนมีจำนวนมากที่สุด เพราะผ่านง่ายและมีลูกค้ารออยู่

ภาษีบุหรี่เป็นมาตรการช่วยคนจน

ศ.นพ.ประกิต อธิบายเพิ่มเติมว่า ประชาชนหรือมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ไม่ได้ประโยชน์ทางตรงจากการปรับภาษีบุหรี่ สิ่งที่ได้คือจำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มรายได้น้อยและเด็กเยาวชน ภาษีบุหรี่ถือเป็นมาตรการแบบ pro-poor หรือเป็นประโยชน์ต่อคนจนมากกว่าคนฐานะดี เพราะเมื่อราคาบุหรี่แพงขึ้น คนรายได้น้อยมีแนวโน้มสูบน้อยลง เลิกสูบ หรือเปลี่ยนพฤติกรรมมากกว่าคนรายได้สูง

“โดยทฤษฎีแล้ว ภาษีบุหรี่ช่วยคนจน เพราะทำให้คนจนเลิกสูบหรือสูบน้อยลง และทำให้เด็กติดบุหรี่น้อยลง เพราะไม่มีเงินซื้อ”

อย่างไรก็ตามการปรับภาษีบุหรี่ซองอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดอื่นด้วย โดยเฉพาะยาเส้นและบุหรี่เถื่อน

“ที่อังกฤษเก็บภาษียาเส้นใกล้เคียงกับภาษีบุหรี่ซอง ทำให้ราคาขายใกล้เคียงกัน ต่างจากไทยที่บุหรี่ซองราคา 60 บาท แต่ยาเส้นราคา 10 บาท ต่างกันถึง 6 เท่านี่ไม่ถูกต้อง เลยทำให้นโยบายภาษีไม่ได้ผลเท่าที่ควร”

“ภาษีบุหรี่ที่ดี win-win” เห็นผลในปีเดียว

ศ.นพ.ประกิต เห็นว่า หากไทยปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว จะเห็นผลได้รวดเร็วภายในปีเดียว ทั้งในแง่รายได้รัฐและพฤติกรรมการสูบ การเร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จะทำให้ไทยไม่ “สอบตก” เรื่องภาษีอีกต่อไป เพราะภาษีบุหรี่ที่ดีควรสร้างประโยชน์พร้อมกันทั้งต่อรัฐและประชาชน

“ภาษีบุหรี่ที่ดี คือ win-win รัฐบาลมีรายได้ภาษีเพิ่มขึ้น และสุขภาพประชาชนดีขึ้น ตัวอย่างเช่นที่ฟิลิปปินส์ที่เคยปรับภาษีจาก 4 อัตรา เหลือ 2 อัตรา และต่อมาปรับเหลืออัตราเดียว ทำให้รายได้ภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท เป็นระดับแสนล้านบาทภายในไม่กี่ปี ขณะที่อัตราการสูบบุหรี่ก็ลดลง”

ส่วนผู้เสียประโยชน์จากการปรับภาษี มีเพียงกลุ่มเดียวคือบริษัทบุหรี่ ทั้งต่างประเทศและไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่คัดค้านการปรับเป็นภาษีอัตราเดียวมาโดยตลอด

เด็กเล็ก-หญิงสาว กลุ่มเสี่ยงออนไลน์ เอื้อนักสูบหน้าใหม่

ศ.นพ.ประกิต ทิ้งท้ายถึงสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าว่า เป็นอีกปัญหาที่น่ากังวล เพราะเริ่มแพร่ไปถึงเด็กอายุต่ำกว่าระดับมัธยม จากเดิมที่เริ่มสูบในช่วงอายุ 14-17 ปี แต่ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าทำให้อายุเริ่มต้นของผู้สูบลดต่ำลงกว่าเดิม ซึ่งในอนาคตอาจจะต้องปรับแบบสำรวจใหม่ให้ครอบคลุมถึงเด็กเล็กมากขึ้น

ส่วนสถานการณ์การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในปี 2567 อัตราการสูบบุหรี่มวนในกลุ่มเด็กอายุ 15 -19 ปี ยังทรงตัวอยู่ราว 9% ขณะที่การสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 21% แนวโน้มปี 2569 บุหรี่ไฟฟ้าอาจลดลงเล็กน้อยจากช่วงพีคเมื่อ 2 ปีก่อน ที่เคยสูงถึง 23% ซึ่งก็ยังเป็นตัวเลขที่น่าห่วง

“เหตุที่บุหรี่ไฟฟ้าเริ่มลดลง มาจากการปราบปรามที่จริงจัง ตอนนั้นสถานการณ์พีคมาก แต่กระบวนการปราบปรามก็ค่อย ๆ เข้มข้นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในทางกลับกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ไปเพิ่มความเข้มงวดกับบุหรี่ไฟฟ้า จนลดการคุมเข้มเรื่องบุหรี่มวนหรือภาษี ก็เลยทำให้อัตราการสูบบุหรี่มวนทรงตัว”

สำหรับยาเส้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กเข้าถึงบุหรี่ได้ง่ายเพราะมีเงินแค่ 10 บาทก็ซื้อได้ ขณะที่บุหรี่เถื่อนราคาถูกเพียง 20 กว่าบาท ทำให้การควบคุมยาสูบในไทยยังปัญหาเรื้อรัง

ศ.นพ.ประกิต ชี้ว่า ปัจจุบันเยาวชนได้รับทั้งข้อมูลที่บิดเบือน และเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย โดยเฉพาะในไทยที่ยังซื้อผ่านออนไลน์สะดวก ทำให้การควบคุมเป็นปัญหาใหญ่ กลุ่มเสี่ยงสำคัญคือ เด็ก เยาวชน ผู้หญิง และนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มมีสัญญาณน่ากังวลมากขึ้น เดิมทีสังคมไทยแทบไม่เห็นหญิงสาวสูบบุหรี่ และอัตราการสูบบุหรี่มวนของผู้หญิงไทยลดลงเหลือราว 1% แต่ปัจจุบันกลับพบว่า ในกลุ่มหญิงสาวอายุน้อย อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 5-6% แม้ยังไม่ถึง 10% แต่ถือว่าเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับฐานเดิม

“เราใช้เวลา 30 ปี กว่าจะลดอัตราการสูบบุหรี่ของผู้หญิงไทยจาก 4.6% เหลือ 1% แต่ตอนนี้กำลังกลับมาเพิ่มขึ้นใหม่จากบุหรี่ไฟฟ้า”

สุดท้าย การควบคุมยาสูบไทยไม่ใช่แค่การจับกุมหรือรณรงค์ แต่อยู่ที่การใช้มาตรการควบคุมที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด เมื่อ “ภาษี” คือหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุด รัฐบาลต้องรีบปรับ “โครงสร้างภาษี” เพื่อปิดช่องโหว่รายได้รัฐรั่วไหล การจูงใจให้เลิกบุหรี่ และการเข้าถึงสินค้ายาสูบของเยาวชน

และหากทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าภาษีอัตราเดียวคือทางออก…เหตุใดการปฏิรูปยังถูกปล่อยให้ค้างอยู่หน้าประตู ครม.?


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment