ตรวจเข้ม พขร.รถโดยสารสาธารณะปลอดยา 100% พบลงโทษหนักจนถึงผู้ประกอบการ

คมนาคมสั่งลุย! ขบ. คุมเข้มตรวจความพร้อมพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะปลอดสารเสพติด 100% พบลงโทษทั้งคนขับ - ผู้ประกอบการ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจความพร้อมพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ต้องไม่พบสารเสพติด 100% และคุมเข้มพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะอย่างปลอดภัย

นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกกำหนดแนวทางปฏิบัติและมาตรการตรวจสอบด้านความปลอดภัยทั้งรถและคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมของพนักงานขับรถต้องมีการตรวจสารเสพติด มาตรการพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะต้องปลอดยาเสพติด 100% และเข้มงวดความพร้อมของรถ กรมการขนส่งทางบกได้กำชับผู้ประกอบการรถโดยสารทุกราย ให้ดำเนินการตรวจสอบพนักงานขับรถอย่างเข้มงวด ทั้งความพร้อมของสภาพร่างกายและต้องไม่มีสารเสพติดในร่างกาย รวมถึงสภาพความพร้อมของตัวรถ โดยมอบหมายให้ บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (Transport Safety Manager : TSM) ทำหน้าที่วางแผนและกำหนดรอบการตรวจประเมินความพร้อมของพนักงานขับรถอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการให้ผู้ตรวจการ ลงพื้นที่ปฏิบัติการสุ่มตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถโดยสารทั่วประเทศ โดยจะเริ่มในกรุงเทพมหานคร บูรณาการร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ครอบคลุมทั้ง 12 เขตการเดินรถ เพื่อดำเนินการตรวจสอบสารเสพติดให้พนักงานขับรถ หากตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จะดำเนินการส่งตัวเพื่อตรวจพิสูจน์ยืนยันผลทางการแพทย์ ก่อนส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนการดำเนินการกับพนักงานขับรถ กรมการขนส่งทางบกจะดำเนิน"เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ" ทันที ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่ง หากปล่อยปละละเลยจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งยินยอมให้ผู้ที่เสพยาเสพติดหรือเมาสุราปฏิบัติหน้าที่ผู้ประจำรถ ซึ่งมีบทลงโทษระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้

โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกได้จัดทำข้อมูลประวัติผู้ประจำรถ โดยให้ผู้ประกอบการทุกราย รายงานประวัติผู้ประจำรถให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการคัดกรอง ติดตามพฤติกรรม และป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือเคยมีพฤติกรรมขับรถประมาทหวาดเสียว กลับเข้ามาทำงานในระบบขนส่งสาธารณะได้อีก ตามนโยบายกระทรวงคมนาคมต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเห็นผลเป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียจากความประมาทหรือความไม่พร้อมของผู้ให้บริการซ้ำรอยเหตุการณ์สลดในครั้งนี้อีก


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment