TWPC ทำกำไรไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิพุ่ง 71% แตะ 121 ล้านบาท

บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ด้วยกำไรรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 2 ปี สะท้อนความสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์ Transformation ของบริษัทในช่วงปีที่ผ่านมา โดยในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 2,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% YoY ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 71% เป็น 121 ล้านบาท เทียบกับ 71 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าวสะท้อนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจของไทยวา การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงกว่า

ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญยังคงมาจากธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในประเทศเวียดนาม ควบคู่กับการเติบโตของยอดส่งออกในตลาดต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat: RTE) ยังคงเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีบทบาทมากขึ้นในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตระยะยาวที่สำคัญของบริษัท

เดียวกัน ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังยังคงสนับสนุนการเติบโตด้านปริมาณขายโดยรวมของบริษัทในไตรมาส 1/2569 โดยปริมาณขายแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch) เติบโตแข็งแกร่ง 20.4% YoY จากความต้องการในตลาดส่งออกที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะประเทศจีน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Specialty Ingredients (HVA) มีปริมาณขายเติบโต 5.8% YoY จากการขยายการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในระยะยาว ทั้งสองธุรกิจจึงมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างกำไรของ TWPC ให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น

หนึ่งปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้ คือการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร บริษัทสามารถลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายต่อรายได้ และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ลงได้สำเร็จ ผ่านวินัยในการใช้จ่ายและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนการปรับตัวดีขึ้นของความสามารถในการทำกำไร และเสริมคุณภาพของกำไรโดยรวมในไตรมาสนี้

เพื่อตอบสนองต่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ไทยวาได้ดำเนินแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Planning: BCP) และมาตรการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อต้นทุนวัตถุดิบและความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัทได้วางแผนจัดหาวัตถุดิบสำคัญล่วงหน้าประมาณ 9–12 เดือน ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะใกล้ และเพิ่มความชัดเจนในการบริหารต้นทุนของการดำเนินงาน

มาตรการเชิงรุกดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหารในการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า การเสริมความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และการรักษาเสถียรภาพในการดำเนินงาน ซึ่งช่วยให้บริษัทมีความพร้อมและความคล่องตัวมากขึ้นในการรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment