ธนาคารไทยเครดิต เดินหน้าโครงการ "ตังค์โต Know-how" ยกระดับคุณภาพชีวิตสตรีไทย

ธนาคารไทยเครดิตเดินหน้าตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 โดยมุ่งเน้นการสร้างพลังให้แก่สตรี (Empowering Women) และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง (Financial Inclusion) ผ่านโครงการ "ตังค์โต Know-how" ล่าสุด ธนาคารฯ ได้ลงพื้นที่จัดอบรมให้ความรู้ทางการเงินแก่คณะทำงานขับเคลื่อนและสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและยกระดับรากฐานคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

จากการดำเนินงานเชิงรุกในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารฯ พบว่าแม้กลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจะเป็นฟันเฟืองสำคัญมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชุมชน แต่หลายรายยังคงเผชิญความท้าทายด้านภาระหนี้สินและความเครียดทางการเงิน ธนาคารฯ จึงได้ออกแบบหลักสูตรเฉพาะทางที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติทางการเงิน (Financial Mindset) เพื่อเสริมศักยภาพให้กลุ่มสตรีสามารถบริหารจัดการรายได้ และลดภาระหนี้ เพื่อช่วยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนของโครงการ ประกอบด้วย:

Financial Inclusion (การเข้าถึงบริการทางการเงิน): มุ่งให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินและหลักการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สมาชิกกองทุนฯ สามารถเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับนำไปประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

Empowering Women (การสร้างพลังสตรี): เน้นย้ำทักษะการบริหารจัดการหนี้ (Debt Management) และการออมเพื่อเป้าหมายในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นใจและความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการดูแลครอบครัวและพัฒนาชุมชน

Practical Tools (การใช้เครื่องมือที่นำไปปฏิบัติได้จริง): ส่งเสริมการใช้เครื่องมือดิจิทัลและแบบประเมินสุขภาพทางการเงิน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมเห็นภาพรวมสถานะทางการเงินของตนเอง และสามารถวางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

ผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ในไตรมาส 1/2569:

โครงการฯ ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากการลงพื้นที่ในหลายจังหวัด อาทิ กาญจนบุรี ชลบุรี ลพบุรี แพร่ และเพชรบุรี โดยผลการประเมินหลังการอบรมสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้

ยกระดับความรู้ด้านการเงินอย่างชัดเจน: ผู้เข้าอบรมที่มีระดับความรู้ความเข้าใจในเกณฑ์สูง (9-10 คะแนน) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในพื้นที่ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 52% และใน จ.ชลบุรี เพิ่มขึ้น 47%

ความพึงพอใจและการขยายผลเชิงบวก (Social Impact): โครงการฯ ได้รับค่าคะแนนความพึงพอใจ (Net Promoter Score: NPS) สูงกว่า 80% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกกองทุนฯ มีความพร้อมและตั้งใจที่จะนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้แก่บุคคลรอบข้างและคนในชุมชนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง

ลดความเสี่ยงปัญหาหนี้ครัวเรือน: ผู้เข้าอบรมมากกว่า 80% ระบุว่าพร้อมนำเทคนิคการจัดการหนี้และการบันทึกรายรับ-รายจ่ายไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment