{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ประกาศความร่วมมือกับ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย ในการต่อยอดศักยภาพของเทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัล ผ่านโครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูงโดยใช้นาฬิกาอัจฉริยะของหัวเว่ยเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงรุกและขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านสุขภาพใน ประเทศไทย
ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของหัวเว่ยในการยกระดับเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ให้ ก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงเครื่องมือในการติดตามสุขภาพประจำวัน สู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน ด้านสุขภาพดิจิทัลที่สามารถสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยการ ผสานเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูง การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและความเชี่ยวชาญทางการแพทย์จากพันธมิตรชั้นนำ โครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจึงเป็น อีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยี มาเสริมศักยภาพให้ผู้บริโภคสามารถรับรู้ เข้าใจและตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมส่งเสริมแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่เชื่อมโยงใช้งานได้จริงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น
เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายได้แก่ หัวเว่ย ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยี อุปกรณ์สวมใส่และแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลสุขภาพ เพื่อรองรับกระบวนการลงทะเบียนการเข้าร่วมโครง การการจัดการอุปกรณ์ ฟังก์ชันการประเมินความเสี่ยงและบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและการดูแลสุขภาพเชิงลึกที่มีมาตรฐาน การดูแลรักษาในระดับสากล เพื่อร่วมกันศึกษาศักยภาพของข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ในการสนับสนุน การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพในเบื้องต้น รวมถึงจะมีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการคัดเลือกผู้ เข้าร่วมโครงการรวมถึงการประเมินข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน
โดยโครงการนี้เกิดมาจากการที่หัวเว่ยได้ดำเนินงานวิจัยด้านสุขภาพในประเทศจีนมาอย่างต่อเนื่องผ่าน Huawei Research Platform ครอบคลุมการศึกษาในหลายมิติ อาทิ สุขภาพหัวใจ การหายใจ สุขภาพตับ ความดันโลหิตสูง และหัวข้อด้านสุขภาพอื่น ๆ โดยหัวเว่ยได้ร่วมมือกับองค์กรวิจัยมากกว่า 170 แห่ง และเข้าถึงผู้ใช้งานมากกว่า 17 ล้านรายซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นว่าข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่สามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าการติดตามการออก กำลังกาย และยังสามารถต่อยอดสู่การศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพในอนาคต
ต่อยอดจากความสำเร็จของงานวิจัยก่อนหน้าในประเทศจีนโครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาล ในเลือดสูง ถือเป็นก้าวสำคัญของหัวเว่ยในการนำการศึกษาด้านสุขภาพรูปแบบนี้ออกสู่ตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายในการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดผ่านอุปกรณ์สวมใส่เพื่อช่วยให้การคัดกรอง ความเสี่ยงเบื้องต้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้เร็วขึ้น
สำหรับการทำงานของโครงการเมื่อผู้ใช้งานกดเข้าร่วมโครงการและให้ความยินยอมตามขั้นตอนที่กำหนด ระบบจะเริ่ม กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์สวมใส่ภายในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมิน ระดับความเสี่ยงในเบื้องต้น โดยผลการประเมินอาจแสดงในรูปแบบระดับความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงสูง หรือไม่พบความเสี่ยงในเบื้องต้นเพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถรับรู้ข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม และทันท่วงที
เพื่อสนับสนุนความแม่นยำและคุณค่าทางวิชาการของการศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการบางรายอาจได้รับการติดต่อจาก โรงพยาบาลเพื่อขอความร่วมมือในการเข้ารับการตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มเติม โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูก นำมาใช้ประกอบการประเมินผลการศึกษาผ่านการเปรียบเทียบข้อมูลจากนาฬิกาอัจฉริยะกับผลการตรวจทาง คลินิกจากโรงพยาบาล เพื่อช่วยปรับปรุงและพัฒนาโมเดลการประเมินความเสี่ยงให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายในการยกระดับความแม่นยำของโมเดลให้มากกว่า 90% ในอนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีเป้าหมายในการต่อยอดองค์ความรู้จากผลการศึกษาไปสู่การแลกเปลี่ยนทางวิชาการและอุตสาหกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านสุขภาพเชิงป้องกันและยกระดับระบบนิเวศ เทคโนโลยี สุขภาพ ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
โดยอุปกรณ์รุ่นแรกที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการศึกษานี้คือ HUAWEI WATCH FIT 5 Pro ซึ่งเตรียมเปิดตัวในประเทศไทย เร็วๆ นี้ จะเป็นอุปกรณ์สวมใส่รุ่นแรกที่ถูกนำมาใช้ในโครงการศึกษาครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของหัวเว่ยในการพัฒนา อุปกรณ์สวมใส่ให้เป็นมากกว่าสมาร์ทวอทช์สำหรับการออกกำลังกาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศสุขภาพ ดิจิทัลที่สามารถสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงรุกในชีวิตประจำวัน ผ่านการผสานเทคโนโลยีเซนเซอร์ ข้อมูลสุขภาพ และแพลตฟอร์มการวิจัย เพื่อยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพให้เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS