{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

หอการค้าไทย และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มิตรผล เนสท์เล่ ข้าวหงษ์ทอง และผู้ประกอบการรายสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม กว่า 100 องค์กร ผนึกกำลังภายใต้การนำของหอการค้าไทยและสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน “ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)” เนื่องในวันคุ้มครองโลก (Earth Day) เพื่อยกระดับความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และใช้เป็นกลไกแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากต้นเหตุอย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้รับซื้อวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อย ไปจนถึงผู้แปรรูปและผู้ส่งออก โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสถาบันการศึกษาและองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมประกาศปฏิญญาอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร เช่น มิตรผล เนสท์เล่ เจียเม้ง–ข้าวหงษ์ทอง ข้าวตราฉัตร เอสแอนด์พี น้ำตาลสระบุรี กรุงเทพโปรดิวส์ และเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ ขณะที่ภาควิชาการมีสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้งนี้โดยมีสักขีพยาน ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ขณะที่หน่วยงานด้านมาตรฐานและการตรวจสอบ เช่น บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท คอนโทรล ยูเนี่ยน (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมและสมาคม ต่าง ๆ อาทิ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สมาคมทุเรียนไทย และบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เข้าร่วมเป็นภาคีในครั้งนี้
ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ระบบตรวจสอบย้อนกลับ...เกษตรปลอดเผานำไทยสู่ความยั่งยืน” โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และหน่วยงานตรวจสอบอิสระ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ Traceability ในเชิงปฏิบัติ ทั้งในด้านเทคโนโลยี การจัดการข้อมูล และกระบวนการตรวจสอบ โดยเน้นการสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลผ่านการรับรองจากหน่วยงานอิสระ
ทั้งนี้ การประกาศปฏิญญาในครั้งนี้สะท้อนการยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการกำหนดมาตรฐานใหม่ของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรของไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และสำคัญที่สุดคือเพื่อเป็นมาตรการลดการเผาในพื้นที่เกษตรซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเกิดหมอกควันและฝุ่น PM 2.5
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS