{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

บมจ. ไทย โคโคนัท (Thai Coconut PCL หรือ COCOCO) เดินหน้าปรับกลยุทธ์ เสริมความแข็งแกร่ง เพิ่มศักยภาพการผลิต - ขยายตลาดต่างประเทศ ส่วนโครงการลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่อ NOVOCOCONUT INC. เริ่มใช้สิทธิภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราศูนย์ (VAT Zero-rate) ตั้งแต่ต้นปีนี้ หวังเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ความมั่นคงด้านวัตถุดิบ เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ พร้อมวางเป้าปีนี้เติบโตอย่างมั่นคง ตอกย้ำความมุ่งมั่นผลักดันศักยภาพของธุรกิจอย่างยั่งยืน
ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ผู้ผลิตจำหน่าย และส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยตามงบการเงินรวมสำหรับปี 2568 มีรายได้รวม 6,735.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.76% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการในกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยง โดยมาจากการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ทางเลือกจากพืช (Plant-based/Dairy Alternative) ในตลาดต่างประเทศ ประกอบกับความนิยมอาหารเอเชียที่เพิ่มขึ้นในช่องทางค้าปลีกและกลุ่ม Food Service ส่งผลให้ความต้องการใช้กะทิเป็นวัตถุดิบเพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Private Label นอกจากนี้ รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มเดิมและลูกค้าใหม่
ปี 2568 บริษัทฯ รักษาความสามารถทำกำไรภายใต้ภาวะแรงกดดันต้นทุน โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิในปี 2568 เท่ากับ 244.33 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ขณะที่ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ เท่ากับ 32.64 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิเป็นผลมาจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น และบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวและการทดลองเดินเครื่องจักรใหม่ก่อนเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์
อย่างไรก็ดี ในปี 2568 บริษัทฯ เข้าลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและน้ำมะพร้าว ผ่านการจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่อ “NOVOCOCONUT INC.” ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 99.99% โดย NOVOCOCONUT INC. ได้ดำเนินการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนกับ Philippine Economic Zone Authority (PEZA) และได้รับการอนุมัติแล้วตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการ PEZA เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 นอกจากนี้ NOVOCOCONUT INC. ยังได้รับการรับรองเป็นผู้ประกอบการส่งออกที่จดทะเบียน (Registered Export Enterprise: REE) เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้สิทธิภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราศูนย์ (VAT Zero-rate) สำหรับการทำธุรกรรมกับผู้ขายสินค้าและบริการภายในประเทศ โดยสิทธิประโยชน์ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบริษัท
สำหรับในปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในสภาวะแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างอยู่เสมอ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ ตระหนักถึงปัจจัยภายนอกเหล่านี้ และได้นำมาวิเคราะห์เพื่อปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นการบริหารความเสี่ยง การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การวางแผนด้านภาษีระหว่างประเทศ และการบริหารต้นทุนแบบองค์รวม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาวอยู่เสมอ
ดร.วรวัฒน์ กล่าวเสริมว่า ปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยรับรู้รายได้เต็มปีจากกำลังการผลิตใหม่ พร้อมต่อยอดการขยายตลาดส่งออกในภูมิภาคสำคัญ และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับอัตรากำไร ควบคู่การบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากโรงงานแห่งใหม่ในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจ
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS