{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL รายงานผลประกอบการปี 2568 สะท้อนความสามารถในการรักษาเสถียรภาพและการเติบโตอย่างมีคุณภาพท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังมีความท้าทาย โดยบริษัทมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ TNL ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% YoY และมีกำไรสุทธิ 415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% YoY ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง 18.3% YoY สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจและคุณภาพกำไรที่ปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญแรงกดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนของบริษัทร่วมและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น บริษัทสามารถรักษาระดับผลตอบแทนได้ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด
ตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกันมีพอร์ตสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปีที่ 6,196 ล้านบาท โดยบริษัทดำเนินการปรับสมดุลพอร์ตสินเชื่อเชิงรุก ทั้งการเร่งแก้ไขหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) การบริหารหลักประกันอย่างรัดกุม และการคัดกรองสินเชื่อใหม่ด้วยเกณฑ์ที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราส่วน NPL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV Ratio) เฉลี่ยลดลงเหลือ 46.7% ขณะที่มูลค่าหลักประกันรวมเพิ่มขึ้นเป็น 13,260 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมูลค่าหลักประกันเกินมูลค่าสินเชื่อ (Over-Collateratlisation) สูงกว่า 214% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวทางบริหารความเสี่ยงที่ระมัดระวังและสร้างกันชนเชิงโครงสร้างที่สำคัญเพื่อจำกัดความเสียหายของพอร์ตสินเชื่อในระยะยาว
ในส่วนของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ บริษัทดำเนินกลยุทธ์การลงทุนอย่างรอบคอบ (Selectively Bidding) ภายใต้เกณฑ์การประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพกลุ่มลูกค้าองค์กรที่มีหลักประกันแข็งแกร่งและมีศักยภาพ โดยกลยุทธ์ดังกล่าวเอื้อต่อการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างยืดหยุ่น และเพิ่มความสามารถในการปิดบัญชีได้รวดเร็วกว่าเมื่อเทียบกับพอร์ตลูกหนี้รายย่อย ส่งผลให้กระบวนการจัดเก็บหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากแนวทางดังกล่าวของบริษัท ส่งผลให้โครงสร้างพอร์ตประกอบด้วยลูกค้าองค์กร 77% และลูกค้ารายย่อย 23% สะท้อนทิศทางการลงทุนที่เน้นคุณภาพและความสามารถในการเรียกเก็บเงิน มากกว่าการขยายพอร์ตเชิงปริมาณ โดยในปีที่ผ่านมาการติดตามและเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ในกลุ่มลูกค้าองค์กรเป็นไปได้ด้วยดี สนับสนุนการหมุนเวียนเงินทุนเพื่อการลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมารายได้จากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเติบโตเป็น 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% YoY สะท้อนประสิทธิภาพของกลยุทธ์การลงทุนและการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ
สำหรับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปี 2568 นับเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากระยะพัฒนาโครงการสู่ระยะการทยอยรับรู้รายได้ แม้บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนตามความคืบหน้าของงานก่อสร้าง แต่ภาพรวมเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากโครงการหลักที่ทยอยเข้าสู่ช่วงโอนกรรมสิทธิ์ โดย Noble Create เริ่มโอนในไตรมาส 3 และโครงการ Nue Riverest Ratburana มีความคืบหน้าใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อผลการดำเนินงานในปี 2569
ในภาพรวม ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีสินทรัพย์รวม 15,158 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-bearing D/E) อยู่ที่ 0.37 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่สะท้อนความระมัดระวังด้านเลเวอเรจ ขณะเดียวกัน บริษัทมีเงินสดจำนวน 1,776 ล้านบาท สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เพียงพอในการรองรับแผนการเติบโตในปี 2569 ทั้งนี้ ในระหว่างปีบริษัทได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 3 มูลค่า 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.80% อายุ 2 ปี 3 เดือน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและทิศทางการเติบโตของบริษัทในระยะถัดไป
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS