MGC-ASIA ทำกำไร Q2/69พุ่ง 554% นิวไฮ 4 ไตรมาสติด จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.24 บาทต่อหุ้น

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 352 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 554% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ทำสถิติกำไรสูงสุดต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ขณะที่รายได้รวม 8,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% (YoY) กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 120% เป็น 1,006 ล้านบาท และ EBITDA เพิ่มขึ้น 97% เป็น 849 ล้านบาท สะท้อน MGC Ecosystem ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ Alpha X โชว์กำไรครึ่งปีแรกเติบโต 688% (YoY) ต่อยอดการเติบโตของรายได้ควบคู่กับความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก บริษัทมีรายได้รวม 14,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% (YoY) กำไรขั้นต้น 1,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% (YoY) EBITDA 1,662 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% (YoY) และกำไรสุทธิ 675 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 521% (YoY) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 10.5% เป็น 12.8% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 1.2% เป็น 4.6% สะท้อนคุณภาพของรายได้ การบริหาร Product Mix และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น

MGC Ecosystem มีบทบาทต่อการเติบโตของผลประกอบการอย่างชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดย Alpha X มีกำไรสุทธิเติบโต 688% YoY จากการขยายพอร์ตสินเชื่อและธุรกิจ Wealth Lending ขณะที่ Howden Maxi Insurance Broker มีรายได้เติบโต 12% YoY จากฐานลูกค้า จำนวนกรมธรรม์ และอัตราการต่ออายุประกันภัยที่เพิ่มขึ้น สะท้อนศักยภาพในการต่อยอดฐานลูกค้าไปสู่ธุรกิจสินเชื่อ ประกันภัย Aftermarket และบริการที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมเพิ่มโอกาสในการสร้าง Recurring Income และ Cross-selling ทำให้โครงสร้างรายได้และกำไรของกลุ่มมีความหลากหลายและสมดุลมากขึ้น

ล่าสุด บริษัทฯ เปิดให้บริการ MMS Body & Paint สาขาราชพฤกษ์ เพื่อขยายขีดความสามารถด้านงานซ่อมสีและตัวถัง และต่อยอดธุรกิจ Aftermarket โดยช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากบริการตลอดอายุการใช้งานของรถ รวมถึงเชื่อมโยงกับธุรกิจประกันภัยและบริการอื่นภายใน MGC Ecosystem

นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาธุรกิจใหม่ที่ต่อยอดจากศักยภาพของกลุ่มบริษัทและฐานลูกค้าคุณภาพ ทั้งในกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยง Ecosystem ที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นในระยะยาว

บริษัทฯ สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) ได้ 2,953 ล้านบาท สะท้อนคุณภาพของผลประกอบการและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้นเป็น 0.61 บาท จาก 0.10 บาท และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) เพิ่มขึ้นเป็น 12.4% จาก 2.8% สะท้อนประสิทธิภาพในการใช้เงินทุนที่ดีขึ้น

ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.24 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 26 สิงหาคม 2569 และกำหนดวันที่จ่ายเงินปันผลวันที่ 11 กันยายน 2569 สะท้อนนโยบายการจัดสรรเงินทุนที่สมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อการเติบโตและการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment