{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เดินหน้าหนุนร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมร้อง รมว.อุตสาหกรรม คุ้มครองผู้ปฏิบัติหน้าที่ใช้ดุลพินิจอิสระ ยึดกฎหมาย-หลักวิชาการ ยกระดับ คุณภาพเหล็กไทยระบุข้อกำหนดในร่างมาตรฐานฉบับใหม่ สอดคล้องกับแนวทางของมาตรฐาน สากลหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น จีน สหราชอาณาจักร และมาตรฐาน ISO
สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อขอให้สนับสนุนการดำเนินการตามมติ คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (กมอ.) กรณีพิจารณาร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.24) ฉบับใหม่ พร้อมแสดง ความห่วงใย ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลังปรากฏต่อสาธารณะ เกี่ยวกับการสื่อสาร ของผู้มีส่วนได้เสียบางฝ่ายที่อาจสร้างแรงกดดันต่อการใช้ดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย
สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ระบุว่า สมาคมฯได้ติดตามการปรับปรุงมาตรฐาน เหล็กเส้น เสริม คอน กรีตมาโดยตลอด และเห็นว่าผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมีสิทธิแสดงความคิดเห็นหรือ เสนอข้อมูลต่อ ร่างมาตรฐานได้ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด แต่การดำเนินการควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หลักวิชาการ และเหตุผลที่สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งไม่ควรมีลักษณะที่อาจทำให้กรรมการ หรือผู้ปฏิบัติ หน้าที่เกิดความหวั่นเกรงหรือขาดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต
มติของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่เห็นชอบ ร่างมอก.24 ฉบับใหม่ โดยกำหนดให้เหล็กแท่งสำหรับผลิตเหล็กข้ออ้อย ต้องผลิตด้วยกระบวนการเตา เบสิกออกซิเจน (Basic Oxygen Furnace: BOF) หรือเตาอาร์กไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EAF) เป็น
การดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิต ภัณฑ์ มิใช่การเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการหรือเทคโนโลยีการผลิตรายใด
นอกจากนี้ สมาคมฯ เห็นว่า ข้อกำหนดในร่างมาตรฐานฉบับใหม่สอดคล้องกับแนวทางของมาตร ฐานสากลหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น จีน สหราชอาณาจักร และมาตรฐาน ISO โดยเฉพาะมาตรฐานของจีน ที่กำหนดให้เหล็กแท่งสำหรับผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตต้องผ่านกระบวนการผลิตด้วย BOF หรือ EAF พร้อมเสนอให้ใช้ข้อมูลทางวิชาการและผลการศึกษาจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ (SEAISI) รวมถึงผลการศึกษาในประเทศมาเลเซีย ประกอบการพิจารณากำหนดมาตรฐาน
สมาคมฯ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนากีดกันผู้ประกอบการหรือเทคโนโลยีการผลิตใด แต่เห็นว่าผู้ผลิต ทุกกลุ่มควรแข่งขันภายใต้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยเดียวกัน โดยการกำหนดมาตรฐานต้อง อาศัยข้อมูลเชิงวิชาการ หลักฐานเชิงประจักษ์ และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนการดำเนินการตามมติ กมอ. เกี่ยวกับร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องตามกรอบกฎหมาย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่คณะ กรรมการ ข้าราชการ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างอิสระ และเป็น ธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มความปลอดภัยของงานก่อสร้าง และเสริมสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในระยะยาว
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS