{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

ตลาดหุ้นไตรมาส 3 “HIGHER YIELD, HIGHER BAR รับมือภาวะสงครามและดอกเบี้ยปะทุ?” กลยุทธ์เน้น Theme Barbell Allocation (สร้างสมดุล 2 ฝั่ง) คือ 1.หุ้นปันผลสูง KTB TTB PTTEP ADVANC SINGTEL80 SPENGY80 HKEX23 2.หุ้น Growth ASML01 META80 AAPL80 WUXIAT80บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) ประเมินไตรมาส 3 การลงทุนไม่ง่ายเหมือนครึ่งปีแรก (1H69) มีหลายปัจจัยที่ขัดขวางไว้ คือ 1.แรงกดดันเศรษฐกิจ และปัจจัยผลักเงินเฟ้อ ซึ่งมาจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง เป็นการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันโดยตรง ทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่นานกว่าปกติ โดย IMF คาด GDP โลกปี 2569 โต 3.1% (ต่ำสุดในรอบ 5 ปี), ธปท. คาด GDP ไทยชะลอเหลือ 2.3% (2569F) และ 1.8% (2570F) 2.นโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากปีก่อนหน้า กดดันสภาพคล่องและความเชื่อมั่นนักลงทุนหดหาย ในช่วง 2H69 ธนาคารกลางหลายแห่งมีคิวขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มทั้งสหรัฐฯ ยุโรป อังกฤษ และญี่ปุ่น (BofA/Deutsche Bank คาด Fed ขึ้นรวม 75bps ช่วง ก.ย.-ธ.ค.69) ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อ Fund flow ต่างชาติให้ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย โดยสถิติในอดีตดอกเบี้ยไทยมากกว่า 3% SET Index มักซื้อขายบน P/E เฉลี่ยเพียง 11.7 เท่า (ซึ่งถูกกว่าระดับปัจจุบัน) 3.กำไรบริษัทจดทะเบียนยังมี Downside แฝงในช่วงถัดไป โดย Consensus เริ่มปรับลด EPS Nasdaq69F ลง 5% (ตั้งแต่ มิ.ย.69) อีกทั้งสถิติชี้ปีที่ IPO สูงผิดปกติ (2543, 2550, 2564) ปีถัดมา S&P500 มักปรับฐาน -13% ถึง -38.5% ซึ่งปีนี้มี Mega IPO อย่าง SPACEX ทำให้ในปี 2569 ระดมทุนไปแล้ว 1.38 แสนล้านเหรียญ (สูงสุดใน 5 ปี) ส่วนไทยมีโอกาสเห็นกำไร 2Q69 ลดลง QoQ หลัง 1Q69 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ด้านปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย ASPS มองว่าดอกเบี้ยไทยปีนี้ไม่น่าจะขึ้น คาดคงไว้ที่ 1% ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่นและต่ำกว่าในอดีตมาก (ในอดีตดอกเบี้ยน้อยกว่า 1.5% SET มักเทรด P/E เฉลี่ยสูงถึง 19.52 เท่า) เสริมด้วยนโยบายการคลังชัดเจน งบปี 2570 วงเงิน 1.23 ล้านล้านบาท (10 พลัส) + พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หนุน ธปท. ปรับเพิ่ม GDP ไทยเป็น 2.3% (จากเดิม 1.5%) ขณะที่ Effective Tariff Rate เริ่มชะลอตัวลงจากจุดพีคและมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ (แม้ Trade War ยังไม่จบ ต้องจับตาการเจรจา Section 301/232) ส่วน Valuation ยังน่าสนใจ P/E69F 16.9 เท่า (ต่ำกว่าตลาดหลักส่วนใหญ่) และหากหัก DELTA ออกจากการคำนวณดัชนี จะเห็น P/E69F ของ SET อยู่ระดับ 13 เท่า, Dividend Yield 3.6% (สูงกว่าตลาดหุ้นโลก)
ฝ่ายวิจัย ASPS ประเมิน Target SET ปลายปีช่วง 1,650 – 1,720 จุด ขึ้นกับสมมติฐาน EPS69F และ Market Earning Yield Gap ส่วนกลยุทธ์การลงทุนหลักเน้น Barbell Allocation (สร้างสมดุล 2 ฝั่ง) ได้แก่ 1. หุ้น Dividend(35%) : KTB, TTB, PTTEP, ADVANC, SINGTEL80 2.หุ้น Growth(35%) : ASML01, META80, AAPL80, WUXIAT80, HIMS03, FERRARI80 เสริมด้วย Tactical Hedge(10%) : GOLDUS80 (ทอง), ZIJIN80 (เหมืองทอง), SIL03 (เงิน), SPBOND80 (บอนด์สหรัฐฯ), MIDEA80 และ Cash(20%) รักษาสภาพคล่อง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย ต่ำกว่า 2.50% จะลงต่อหรือถึงจุดพักตัว?
Asia Plus Wealth Solution ยังคงแนะนำกลยุทธ์ Stay Invested ด้วยการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตระยะยาวและการคว้าโอกาสจากความผันผวนระยะสั้น โดย Core Portfolio มุ่งสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว ขณะที่ Satellite Portfolio ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากธีมการลงทุนและสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
ด้วยความพร้อมของผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายและครอบคลุม Asia Plus จึงนำเสนอโซลูชันการลงทุน 2 ส่วนหลัก ดังนี้
Core Portfolio: สร้างรากฐานการลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว
เหมาะสำหรับการถือครองระยะยาวผ่านสินทรัพย์ที่หลากหลาย ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ DR กองทุนรวม ETF และตราสารหนี้ตลาดรอง
Satellite Portfolio: เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากจังหวะการลงทุน
Asia Plus Wealth Solution แนะนำกลยุทธ์ “Stay Invested” ผ่านการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio โดย Core Portfolio เป็นรากฐานการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ Satellite Portfolio ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากธีมการลงทุนและจังหวะตลาดที่น่าสนใจ ท่ามกลางความผันผวนที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS