{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

นักศึกษากลุ่มกวาง ปนป.15 สถาบันพระปกเกล้า จัดทำรายงานโครงงานกลุ่มพร้อมข้อเสนอแนะแนวเชิงนโยบาย เตรียมเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบประมงพื้นบ้านที่รับผิดชอบต่อทรัพยากร ควบคู่การเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อมทางทะเลของการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน
โครงงานกลุ่มหัวข้อ “ตระหนักรู้ประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อมทางทะเล: กรณีศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อความยั่งยืน” ภายใต้หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 15 กลุ่มกวาง สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลการศึกษาหลังการลงพื้นที่ให้ความรู้ รับฟังปัญหาและเก็บข้อมูลในชุมชนประมงบ้านชายทะเล ตำบลบางกระเจ้า และบ้านกำพร้า ตำบลบางหญ้าแพรก จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนา สำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร, สำนักงานเทศบาลตำบลบางหญ้าแพรก, สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร (กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) รวมถึงเหล่าหัวหน้ากลุ่มประมงพื้นบ้านประจำจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 และวันที่ 18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมานั้น

ผลการศึกษาชี้ว่า ประเด็นสำคัญที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชนประมงพื้นบ้านไทยประจำจังหวัดสมุทรสาคร มีดังนี้ (1) ทรัพยากรสัตว์น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณสัตว์น้ำในพื้นที่ลดลงจากการปล่อยน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ส่งผลให้ระบบนิเวศเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน และสร้างความไม่แน่ใจในอนาคตของกลุ่มงานอาชีพประมงพื้นบ้าน, (2) รายได้จากการทำประมงลดลง รายได้จากการทำประมงลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากข้อจำกัดด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำ รวมทั้งต้นทุนการประกอบอาชีพที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ, (3) เงินทุนและภาระดอกเบี้ย ชาวประมงพื้นบ้านจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันทางการเงินที่มีมาตรฐาน จึงต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ ซึ่งมีความเสี่ยงและภาระดอกเบี้ยสูง ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐที่ไม่ทั่วถึงเพียงพอ, (4) การบังคับใช้กฎหมายเครื่องมือจับสัตว์น้ำ แม้ว่าเครื่องมือจับสัตว์น้ำบางประเภทถูกจัดว่าเป็นเครื่องมือที่ผิดกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นเครื่องมือที่สามารถจับสัตว์น้ำได้จริง โดยเฉพาะเคย (กุ้งขนาดเล็ก) อย่างไรก็ตามการที่กฎหมายกำหนดมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ส่งผลให้ขนาดอวนมีขนาดใหญ่เกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของเคย (กุ้งขนาดเล็ก) ทำให้สูญเสียรายได้จากการจับสัตว์น้ำประเภทดังกล่าว

จากประเด็นปัญหาเหล่านี้นำมาสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายของการศึกษา เพื่อเป็นแนวทางเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลให้มีประสิทธิภาพและสนับสนุนความมั่นคงทางเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เช่น การควบคุมและจัดการปัญหาการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม, การส่งเสริมกลไกด้านเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือชาวประมง ส่งเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจภายในชุมชนประมงพื้นบ้านไทยแบบเริ่มต้นจากท้องถิ่น, การทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับเครื่องมือประมงให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ เพื่อความสอดคล้องต่อสภาพแวดล้อมตามฤดูกาล, เสนอให้มีการอนุญาตให้ใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำบางประเภท, การให้ความสนับสนุนกลุ่มชุมชนประมงพื้นบ้านเข้าร่วมจัดการภารกิจบางขั้นตอน และในลำดับท้าย การจัดการการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำแบบผสมผสานหลากวิธี (alien species)

โดยสรุป การแก้ปัญหาการประมงจำเป็นต้องมองให้รอบด้านมากกว่าการออกกฎควบคุมการจับสัตว์น้ำ เนื่องจากความยั่งยืนของระบบนิเวศทางทะเลได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งมลพิษ ภาวะโลกร้อน และโครงสร้างการบริหารจัดการที่ยังมีลักษณะรวมศูนย์และแยกส่วน ดังนั้น การเสริมสร้าง ‘ประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อม’ จึงควรเริ่มจากการสื่อสารสองทางระหว่างชุมชนชาวประมงกับหน่วยภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย สามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างโปร่งใส และได้รับการสนับสนุนทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม โครงงานกลุ่มทดลองและทำเวิร์คชอป-เสวนาในจังหวัดสมุทรสาครจากกลุ่มกวางมีความตั้งใจยิ่ง ในการผลักดันความมีส่วนร่วมเสริมพลังให้ชุมชนร่วมกันรักษ์ทะเลและสิ่งแวดล้อม ซึ่งแรงขับเคลื่อนดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการฟื้นฟูทะเลไทยควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนประมงพื้นบ้านไทย เพราะจะเป็นการบูรณาการในสัดส่วนที่พอเหมาะพอดีในมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของไทยต่อไป
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS