{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

CIVIL เผยผลประกอบการไตรมาส 4/68 รายได้รวม 1,416 ล้านบาท กำไรสุทธิ 62 ล้านบาท โต 130% กลยุทธ์ FAST ยกระดับองค์กร ดันส่งมอบ 22 โครงการ มูลค่า 2,599 ล้านบาท เดินหน้าแผนรับงานส่งมอบเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริหารต้นทุนรัดกุม รักษาเสถียรภาพธุรกิจ
นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL ผู้นำบริษัทก่อสร้างครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,416 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,272 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11% และมีกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 130%
ผลประกอบการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัททยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ประกอบกับมีรายได้จากการจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และรายได้จากการให้เช่าเครื่องจักรเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ รวมถึงได้รับค่า K มาชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 12.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 7.6%
ส่วนผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 4,899 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิ 29 ล้านบาท สาเหตุมาจากการปรับเพิ่มงบประมาณอันเกิดมาจากการขยายระเวลาการก่อสร้างในกลุ่มรถไฟ และการชะลอการดำเนินงานกลุ่มงานทางจากการตรวจสอบความปลอดภัยหลังเหตุแผ่นดินไหวในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว และคาดว่าจะทยอยฟื้นการรับรู้รายได้ในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานภายใต้แนวคิด CIVIL FAST มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพองค์กร ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทรับงานมูลค่ารวมกว่า 4,489 ล้านบาท และสามารถส่งมอบงานกว่า 22 โครงการ มูลค่ากว่า 2,599 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารโครงการ และควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างได้ตามแผน แม้เผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก พร้อมความสามารถในการปรับตัวเพื่อรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจในทุกสภาวะ

“บริษัทมีฐานะการเงินที่ดี โดยมีสินทรัพย์รวม 8,536 ล้านบาท และสามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะลดลง ตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของโครงการ แต่การมี Backlog ที่แข็งแกร่ง จะเป็นฐานรองรับรายได้ในอนาคต ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสจากโครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐ และโครงการร่วมลงทุน (PPP) ที่จะทยอยเปิดประมูล พร้อมเดินหน้าบริหารความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ราคาวัสดุก่อสร้าง และแรงงาน โดยคัดเลือกโครงการอย่างรอบคอบ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน”นายปิยะดิษฐ์ กล่าว
สำหรับทิศทางธุรกิจในปีนี้ บริษัทมุ่งมั่นที่จะทำให้ผลการดำเนินงานกลับมาสู่ระดับปกติ โดยยังคงเดินหน้ากลยุทธ์รับงานหลากหลาย เน้นโครงการที่มีอัตรากำไรเหมาะสมและรับรู้รายได้เร็ว ควบคู่กับการเร่งส่งมอบโครงการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง (Non-Construction) รวมถึงมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม เพื่อรักษาเสถียรภาพของธุรกิจ
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS