{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เผยผลการดำเนินงานปี 2568 สร้างยอดขายรวม 10,738 ล้านบาท เติบโต 6.7% YoY สร้างสถิติยอดขาย All-Time High ในไตรมาส 4 เติบโต 10.5% YoY พร้อมเดินหน้าพัฒนาสินค้านวัตกรรมที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างอย่างเข้มข้นในปี 2569 เพื่อสร้างการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนธุรกิจตามหลักความยั่งยืน (ESG) บอร์ดเสนอจ่ายปันผล 1.35 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2569
นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ความสำเร็จในปี 2568 ด้วยยอดขายที่ 10,738 ล้านบาท และอัตราเติบโตเหนือค่าเฉลี่ยของตลาด สะท้อนถึงความสามารถในการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคได้ทันท่วงที การขยายพื้นที่และช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ นอกจากนี้ กลยุทธ์ 'Innovation-led Premiumization' ยังสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพิ่มส่วนแบ่งตลาด และสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้อยู่ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย ก้าวต่อไปในปี 2569 เราจะยกระดับการพัฒนาสินค้านวัตกรรมที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น มุ่งวิเคราะห์เจาะลึกไปถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่มีสินค้าใดตอบโจทย์ (Unmet Needs) เพื่อส่งมอบประสบการณ์และโซลูชันที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น พร้อมกับยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ได้ครองใจผู้บริโภคได้ยาวนาน"
ยอดขายรวมทั้งปี 2568 ที่เติบโตจากปีก่อนถึง 6.7% มีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ที่เติบโตในอัตรา 14.1% และ 9.6% ตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาส 4 ที่สามารถสร้างสถิติยอดขายสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ที่ 2,938 ล้านบาท เติบโต 10.5% YoY และ 11.8% QoQ รับรู้กำไรสุทธิ 166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181.4% QoQ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการส่งเสริมกำลังซื้อผู้บริโภคของภาครัฐ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส และการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพยังส่งผลให้บริษัทมีผลกำไรสูงขึ้นอย่างชัดเจน
NEO ยังคงขยายส่วนแบ่งตลาดต่อเนื่องด้วยมูลค่าตลาด ในปี 2568 ที่เติบโต 10–11% ขณะที่ภาพรวมตลาด FMCG เติบโตเพียง 4% และเติบโตได้ในทุกเซกเมนต์ที่สำคัญ

สำหรับปี 2569 NEO จะมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและคำนึงถึงความยั่งยืน (ESG) ในทุกกระบวนการ โดยมีแนวทางหลักดังนี้ :
พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ Wellness และ Longevity : มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีและคุณภาพชีวิตในระยะยาว รวมถึงช่วยเสริมความมั่นใจและการใช้ชีวิตอย่างสมดุลในทุกช่วงวัย โดยมีแผนเปิดตัว SKUs ใหม่กว่า 200 รายการ ทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่และปรับปรุงจากผลิตภัณฑ์เดิม
ขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ : สำหรับในประเทศ ตั้งเป้าเติบโตในระดับเลขหลักเดียวระดับกลางถึงสูง พร้อมขยายช่องทางจัดจำหน่ายโดยเฉพาะออนไลน์ สำหรับต่างประเทศ ตั้งเป้าเติบโตระดับเลขสองหลัก โดยเฉพาะในตลาดเวียดนาม นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายไปสู่ตลาดใหม่อื่น ๆ เช่น ฮ่องกง ผ่านร่วมมือกับ Big C, ฟิลิปปินส์ ผ่านความร่วมมือกับ Konvy และมาเลเซีย เป็นต้น
แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เติมเต็มทุกช่องว่าง : มุ่งพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ยังไม่เคยมีมาก่อน บุกเบิกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในกลุ่มธุรกิจปัจจุบัน ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

สำหรับมิติการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ความสำเร็จที่สำคัญในปีที่ผ่านมา ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมลงได้ 19.7% เปลี่ยนเชื้อเพลิงหลักเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ช่วยลด CO2 ได้ 16% ใน Scope 1 ลดการใช้พลาสติกบริสุทธิ์ (Virgin Plastic) ในบรรจุภัณฑ์ได้ถึง 24% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20% และมีบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ถึง 82% สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
อนึ่ง คณะกรรมการบริษัท เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นบริษัทในอัตรา 1.35 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS