FSMART ปิดงบปี 2568 ทุบสถิติครั้งใหม่กำไร 586 ล้านบาท เคาะปันผลเพิ่ม 0.20 บ./หุ้น

FSMART เผยงบปี 2568 สร้างนิวไฮกำไรรอบใหม่แตะ 586 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์บริษัท พร้อมรายได้กว่า 2,672 ล้านบาท ด้านบอร์ดเคาะปันผลเพิ่มหุ้นละ 0.20 บาท รวมทั้งปีจ่าย 0.38 บาทต่อหุ้น เตรียมเสนอเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น 22 เม.ย.2569

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) “FSMART” ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร “บุญเติม” และเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “GINKA Charge Point” ภายใต้วิสัยทัศน์ “นวัตกรรมที่ยั่งยืนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 สร้างสถิติกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ที่ 586.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อน และเป็นอัตรากำไรสุทธิสูงสุดของบริษัทตั้งแต่เริ่มประกอบธุรกิจมา ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 2,671.8 ล้านบาท เติบโต 8% สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจการเงินครบวงจร โดยการเติบโตนี้ได้แรงสนับสนุนจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจบริการทางการเงินและสินเชื่อที่ขยายตัวโดดเด่นแบบก้าวกระโดดจากช่วงเดียวกันปีก่อน ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของบริการเติมเงิน e-Wallet และแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตในกลุ่มธุรกิจเติมเงินและรับชำระเงินอัตโนมัติ

โดยในปี 2568 ธุรกิจบริการทางการเงินและสินเชื่อยังคงเป็นเรือธงสำคัญ ที่ดำเนินงานผ่าน บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท แคปปิตอล จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อ “บุญเติม เงินพร้อมใช้” ครอบคลุมสินเชื่อเงินสด สินเชื่อผ่อนสินค้า สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และ “สินเชื่อเกษตรสุขใจทวีคูณ” สำหรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งฐานลูกค้าเดิมและสิ้นปีบริษัทเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มองค์กรรายใหม่ ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 มียอดสินเชื่อคงค้าง 1,423 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยรวม 333 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 147% จากปีก่อน พร้อมรักษาอัตราสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ต่ำกว่า 5% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้อย่างดี

สำหรับธุรกิจเติมเงินและรับชำระเงินอัตโนมัติยังคงเป็นฐานรายได้หลักที่มั่นคง โดยสิ้นปีมีตู้บุญเติม 116,415 ตู้ และจุดให้บริการผ่านเคาน์เตอร์กว่า 3,800 จุด สร้างรายได้รวม 2,072.7 ล้านบาท และมีมูลค่าธุรกรรมผ่านช่องทางรับชำระเงินของบริษัทสูงถึง 35,298 ล้านบาท สะท้อนความต้องการใช้งานที่ต่อเนื่อง พร้อมทั้งการบริหารตู้บุญเติมที่ครบกำหนดอายุการใช้งานให้มีรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรได้ดี

เช่นเดียวกับธุรกิจเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า GINKA Charge Point หรือ กิ้งก่า อีวี ที่บริษัทขยายจุดให้บริการรวมทั้งหมด 544 จุดชาร์จ รองรับทั้งเครื่องชาร์จ AC และ DC และได้เพิ่มเครื่องชาร์จ DC ขนาด 40 กิโลวัตต์ในช่วงปลายปีซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทอีกทางหนึ่ง โดยเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนรายได้และการเติบโตระยะยาวของบริษัทตามแนวโน้มตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ผู้บริหารเครื่องจำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติ แบรนด์ “เต่าบิน” ในสัดส่วน 26.71% โดยปี 2568 มียอดขายรวม 2,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากการขยายจำนวนตู้เป็น 7,721 ตู้ ช่วยเสริมความหลากหลายของแหล่งรายได้และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ จากผลประกอบการที่เติบโตดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลครึ่งหลังปี 2568 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นวันที่ 12 มีนาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้ทั้งปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม 0.38 บาทต่อหุ้น โดยมีการจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทไปแล้วเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยบริษัทเตรียมนำเสนอมติดังกล่าวต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 22 เมษายน 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment