{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

กรมศุลกากรร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แถลงผลการปฏิบัติการบุกทลายโกดังกลางกรุง ยึดอุปกรณ์ส่องสว่างที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) พร้อมแถลงผลการบูรณาการกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการตรวจยึดสินค้านำเข้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 237 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ให้เข้มงวดกับการป้องกันและปราบปรามสินค้าไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และนายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกันแถลงข่าว ณ ห้องโถง อาคาร 1 กรมศุลกากร
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 กรมศุลกากร และสมอ. ได้ผนึกกำลังร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบคลังสินค้าแห่งหนึ่งในเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เนื่องจาก มีเหตุสงสัยว่ามีการเก็บสินค้าที่นำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จากการตรวจค้น พบอุปกรณ์ส่องสว่าง (Lighting Equipment) และอุปกรณ์ต่อเนื่องอื่น ๆ จำนวนกว่า 220 รายการ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดต่างประเทศ โดยไม่ปรากฏหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร และไม่มีการแสดงเครื่องหมาย มอก. อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 13.6 ล้านบาท
สำหรับผลการปฏิบัติงานตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมอก. ในปีงบประมาณ 2569 (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 ถึงปัจจุบัน) พบการกระทำความผิดในกลุ่มสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) และของเล่นเด็ก เป็นต้น รวม 33 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 57 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามที่ละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อคุ้มครองเศรษฐกิจของประเทศและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคม ซึ่งมีกรณีสำคัญดังต่อไปนี้
1. วันที่ 13 มกราคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจสอบสินค้าขาเข้า จากประเทศจีน พบกระเป๋าคละแบบมีลายรูปประดิษฐ์ ‘FROZEN’ ‘SOFIA’ ‘SPIDERMAN’ ‘MY LITTLE PONY’ และ ‘KARL LAGERFELD’ ปริมาณรวม 1,800 ชิ้น ซึ่งไม่ได้สำแดงในใบขนสินค้าขาเข้า และเจ้าของเครื่องหมายการค้ายืนยันว่าสินค้าดังกล่าว เป็นสินค้าละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 2.48 ล้านบาท
2. วันที่ 21 มกราคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ตรวจสอบสินค้าขาเข้า จากประเทศจีน พบโช้คอัพ จำนวน 595 คู่ ซึ่งไม่ได้สำแดงในใบขนสินค้าขาเข้า และบนผลิตภัณฑ์ระบุข้อความ “TOYOTA” และ “MADE IN THAILAND” จึงถือเป็นสินค้าปลอมแปลงถิ่นกำเนิดและอาจเข้าข่ายเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1.87 ล้านบาท
3. วันที่ 30 มกราคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ตรวจสอบสินค้าขาเข้า จากประเทศจีน พบผ้าเบรกรถยนต์จำนวน 2,400 คู่ ซึ่งระบุข้อความที่สื่อถึงเครื่องหมายการค้า TOYOTA NISSAN FORD และ HITACHI และโคมไฟ Solar Light อีกจำนวน 425 ชิ้นระบุข้อความ Panasonic ซึ่งคาดว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า ทั้งนี้ สินค้าทั้งหมดระบุข้อความ “Made In Japan” มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 3.5 ล้านบาท
4. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 กองสืบสวนและปราบปราม ได้ทำการอายัดสินค้า ณ เขตปลอดอากรแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ต้นทางจากประเทศเวียดนาม ใช้สิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร ผลการตรวจสอบพบเสื้อละเมิดเครื่องหมายการค้า จำนวน 34,400 ตัว และเสื้อที่สำแดงเมืองกำเนิดเป็นเท็จ จำนวน 3,250 ตัว มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 215 ล้านบาท

5. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ด่านศุลกากรอรัญประเทศ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้เข้าตรวจสอบพัสดุ ณ ที่ทำการขนส่งแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ผลการตรวจค้น พบรองเท้า จำนวน 16 คู่ ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรและอาจละเมิดเครื่องหมายการค้า มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 362,000 บาท
ทั้ง 5 กรณีข้างต้นถือเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้สินค้าละเมิดเครื่องหมาย การค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออก ห้ามนำเข้า และห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2565 และพระราชบัญญัติห้ามนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา พุทธศักราช 2481
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 (1 ต.ค. 68 – ปัจจุบัน) กรมศุลกากรได้จับกุมสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้ารวม 38 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 885 ล้านบาท
อธิบดีกรมศุลกากร ได้กล่าวต่ออีกว่า ภารกิจของกรมศุลกากรไม่ได้จำกัดเพียงการเข้มงวดกวดขัน ปราบปรามการลักลอบหนีภาษีเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ด้วยการป้องกันและปราบปรามสินค้าที่ไม่มี มอก. อย่างจริงจัง เข้มงวด และต่อเนื่อง
อีกทั้งยังมุ่งเน้นกวดขันสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เพื่อเป็นการปกป้องเศรษฐกิจ สังคม และเป็นการสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระดับสากล

COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS