{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี คาดว่า ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ นี้ (19-23 ม.ค. 69) เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 31.38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีแนวโน้มผันผวนในกรอบระหว่าง 31.00–31.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดช่วงการซื้อขาย
สำหรับปัจจัยที่ตลาดติดตามได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (Jobless Claims) และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ปรับตัวออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้แรงคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นปีอ่อนลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือนธันวาคมชะลอตัวมากกว่าคาดการณ์ สะท้อนผลกระทบด้านภาษีที่มีน้อยกว่าที่ประเมินไว้ในเบื้องต้น
ในประเด็นการค้า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10 % ต่อสินค้าทุกประเภทจาก 8 ประเทศในยุโรป เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อตอบโต้กรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับกรีนแลนด์ พร้อมทั้งระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะปรับเพิ่มอัตราภาษีเป็น 25 % ในวันที่ 1 มิถุนายน หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการซื้อขายกรีนแลนด์ได้ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการประกาศเก็บภาษี 25 % ต่อประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่านเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนทางอาญาต่อนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในประเด็นความโปร่งใสของงบประมาณการปรับปรุงอาคารสำนักงาน โดยนายพาวเวลล์ชี้แจงว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะเข้ามาแทรกแซงและมีอิทธิพลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด
ฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่ซีพีเอฟ เปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงาน สร้างโมเดลผลิตอาหารยั่งยืน
การนำนวัตกรรมและพลังงานสะอาด เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตอาหาร ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือการลดต้นทุน แต่เป็นการสร้างรากฐานให้กับความมั่นคงทางอาหารของไทย “ฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จันทบุรี” ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ คือหนึ่งในตัวอย่างของการออกแบบระบบฟาร์มที่ผสานแนวคิด Waste to Value การใช้พลังงานทดแทน และการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อผลิตอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
นายสมคิด วรรณลุกขี ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความสำเร็จที่ทำให้ "ฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จันทบุรี" เป็นต้นแบบฟาร์มที่มีการใช้พลังงานสะอาด ไม่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือลงทุนด้านพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ประยุกต์แนวคิด Waste to Value เปลี่ยนของเสียให้เกิดประโยชน์และมูลค่าเพิ่ม โดยนำมูลไก่มาต่อยอดเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในฟาร์ม ยกระดับประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในกระบวนการผลิต ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอก
ซีพีเอฟ พัฒนาระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลไก่ฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่ เพื่อนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในฟาร์มและกระบวนการคัดไข่ พร้อมทั้งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Energy Management System: EMS) เพื่อบริหารการใช้พลังงานจากก๊าซชีวภาพและพลังงานแสงอาทิตย์ในกระบวนการผลิตอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และมีเสถียรภาพต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จันทบุรี เป็นฟาร์มไก่ไข่แห่งแรกที่ใช้พลังงานหมุนเวียนได้ 100% (Renewable Energy Farm : RE 100) โดยไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอก ทำให้ฟาร์มสามารถประหยัดค่าพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนเป้าหมายองค์กรที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2030 และ มุ่งสู่เป้าหมายลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2050
"การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เป็นหนึ่งในแนวทางของซีพีเอฟที่จะลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รางวัล Thailand Energy Awards เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จันทบุรี เป็นต้นแบบที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมก้าวไปข้างหน้า และเป็นก้าวสำคัญของการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาด มาสนับสนุนระบบการผลิตอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม " นายสมคิด กล่าว
แนวทางดังกล่าวทำให้ “ฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จันทบุรี” ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards 2025 จากกระทรวงพลังงาน โดยนายสมคิด วรรณลุกขี ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ เป็นผู้แทนรับรางวัลจากนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดในภาคการผลิตอาหารของประเทศ โดยที่ก่อนหน้านี้ ฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จันทบุรี ได้รับคัดเลือกจากกระทรวงพลังงานเป็นตัวแทนประเทศไทย รับรางวัลระดับภูมิภาคอาเซียน จากเวที ASEAN Best Practices for Renewable Energy ซึ่งจัดภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในภาคการผลิตอาหาร ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่สร้างคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS