กรมศุลกากรทลายขบวนการลักลอบค้างาช้างข้ามชาติ ซุกซ่อนไม้แปรรูป ตรวจยึดกว่า 3.1 ตัน มูลค่าสูงถึง 155 ล้านบาท

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายประทีป เหิมพยัคฆ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวในการสกัดขบวนการลักลอบนำเข้างาช้างครั้งใหญ่ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจยึดงาช้างกว่า 3.1 ตัน พร้อมซากสัตว์ป่า มูลค่าของกลางรวมกว่า 155 ล้านบาท หลังพบซุกซ่อนในไม้แปรรูปดัดแปลงจากประเทศแซมเบีย เตรียมตรวจพิสูจน์ DNA และเดินหน้าสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไป ย้ำจุดยืนการควบคุมและป้องกันไม่ให้การค้าระหว่างประเทศเป็นภัยคุกคามหรือทำให้ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก พร้อมสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นเส้นทางลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตลอดจนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและความสมดุลของระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและประโยชน์ส่วนรวม กรมศุลกากรจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยกระดับมาตรการตรวจสอบสินค้านำเข้าและส่งออกที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบขนส่งสัตว์ป่า พันธุ์พืช และผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุม เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้า ส่งออกและการเคลื่อนย้ายสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญในการปกป้องสังคมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติตามพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เพื่อป้องกันมิให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ

โดยจากการบูรณาการข้อมูลการข่าวและปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้อายัดตู้คอนเทนเนอร์สินค้าที่มีเหตุต้องสงสัย ซึ่งนำเข้าจากประเทศแซมเบีย จำนวน 2 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง สำแดงสินค้าเป็นไม้มูลสิวิแปรรูป จำนวน 568 แผ่น ปริมาตร 48 ลูกบาศก์เมตร น้ำหนักสุทธิรวม 56,000 กิโลกรัม โดยผลจากการตรวจสอบพบไม้แปรรูปจำนวน 32 แผ่น ถูกดัดแปลงให้มีช่องว่างภายใน และใช้ไขสีขาวเทปิดทับเพื่ออำพรางงาช้างและซากสัตว์ป่าที่ซุกซ่อนอยู่ จึงประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อตรวจสอบร่วมกันและจัดเก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียด โดยพบของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วยงาช้างกิ่งและงาช้างท่อน จำนวน 469 กิ่ง/ท่อน น้ำหนัก 3,042.67 กิโลกรัม เศษงาช้าง จำนวน 1,038 ชิ้น น้ำหนัก 66.20 กิโลกรัม รวมน้ำหนักงาช้างทั้งสิ้น 3,108.87 กิโลกรัม หรือกว่า 3.1 ตัน ขนหางช้าง จำนวน 335 เส้น น้ำหนัก 0.18 กิโลกรัม และ ซากสัตว์ป่า จำนวน 1 ซาก รวมมูลค่าของกลางประมาณ 155 ล้านบาท การกระทำดังกล่าว ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎกระทรวงและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ตลอดจนพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจยึดดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เข้าตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ของกลาง เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีและการสืบสวนขยายผลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ได้ประสานให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และสืบสวนขยายผลไปยังผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จในการตรวจยึดครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือและการประสานข้อมูลการข่าวระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยขอขอบคุณกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และ Wildlife Justice Commission (WJC) ที่สนับสนุนข้อมูลการข่าวอันเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติภารกิจจนสามารถตรวจยึดของกลางดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การสืบสวนขยายผล และการพัฒนาระบบเฝ้าระวังสินค้าที่มีความเสี่ยง เพื่อควบคุมและป้องกันไม่ให้การค้าระหว่างประเทศเป็นภัยคุกคามหรือทำให้ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก ยึดมั่น

ในเจตจำนงการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ตามวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ CITES สืบเนื่องต่อไป


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment