4 ปี วีซ่า LTR บีโอไอดึงต่างชาติคุณภาพสูง 1.2 หมื่นคนสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 4 หมื่นล้านบาท

บีโอไอ เผยผลสำเร็จวีซ่า LTR ครบ 4 ปี ดึงชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลกเข้าไทยกว่า 12,000 คน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท ชูบทบาท LTR เป็นกลไกสำคัญดึงดูดผู้บริหารและบุคลากรทักษะสูง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมสร้างกำลังซื้อ กระตุ้นการใช้จ่ายและกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศ ล่าสุดเปิดระบบออนไลน์ใหม่ เชื่อมโยงบริการ 4 หน่วยงานแบบครบวงจร

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยเปิดตัวมาตรการวีซ่าประเภทพิเศษสำหรับผู้พำนักระยะยาว หรือ Long-Term Resident Visa (LTR Visa) โดยมอบให้บีโอไอเป็นผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 เป็นต้นมา เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติศักยภาพสูงให้เข้ามาพำนักและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศไทย ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า LTR ทั้งสิ้น 12,010 คน ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยกว่า 3.6 ล้านบาทต่อคน โดยคำนวณจากค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าใช้จ่ายในประเทศไทยของผู้ถือวีซ่า การลงทุนโดยตรง และรายได้ภาษีจากผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ

กลุ่มต่างชาติคุณภาพสูงที่มาตรการวีซ่า LTR ดึงเข้ามาได้สำเร็จ ครอบคลุมทั้งกลุ่มบุคลากรทักษะสูงที่ตลาดแรงงานทั่วโลกแข่งขันกันดึงตัว กลุ่มนักลงทุน และกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า LTR จำนวน 12,010 คน ประกอบด้วย 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (Highly-Skilled Professionals) จำนวน 1,779 คน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับนายจ้างในต่างประเทศ (Work-from-Thailand Professionals) จำนวน 1,043 คน กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy Global Citizens) จำนวน 737 คน กลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีฐานะดี (Wealthy Pensioners) จำนวน 4,561 คน และกลุ่มครอบครัวของ 4 กลุ่มแรก (Dependents) จำนวน 3,891 คน

ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะตามหลักเกณฑ์ เช่น มูลค่าทรัพย์สิน รายได้ หลักฐานการลงทุน ประสบการณ์ทำงาน ประกันสุขภาพ รวมทั้งการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการดึงดูดชาวต่างชาติศักยภาพสูงที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย

ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า LTR ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก อันดับหนึ่ง คือ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นนำของโลก มีจำนวนสูงสุดกว่า 2,400 คน รองลงมาคือญี่ปุ่นกว่า 1,300 คน และสหราชอาณาจักรกว่า 1,000 คน โดยชาวญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงในกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ สะท้อนให้เห็นว่า ในภาวะที่การแข่งขันดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูงทั่วโลกทวีความเข้มข้นขึ้นทุกปี ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยวีซ่า LTR สามารถตอบโจทย์ชาวต่างชาติศักยภาพสูงที่มีความหลากหลายทั้งด้านสัญชาติและรูปแบบการทำงาน

ขณะเดียวกันวีซ่า LTR ยังช่วยนำกำลังซื้อจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีฐานะดีและกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง รวมทั้งผู้ติดตามของผู้ถือวีซ่า LTR การเข้ามาพำนักระยะยาวจึงก่อให้เกิดการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องในประเทศ ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ อาหาร การเดินทาง และบริการต่าง ๆ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและกระจายประโยชน์ไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจไทย

“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของวีซ่า LTR แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการดึงดูดชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลก ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจไทยในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเข้ามาลงทุน ทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พำนักอาศัยระยะยาว และใช้จ่ายในประเทศ บีโอไอจะร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเดินหน้ายกระดับการให้บริการ ทั้งระบบออนไลน์และศูนย์บริการวันสต็อป Thailand Investment and Expat Services Center (TIESC) ที่ชั้น 6-7 โซนพาเหรด อาคารวัน แบงค็อก เพื่อเสริมความสามารถของไทยในการแข่งขันเพื่อดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูงจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง” นายนฤตม์ กล่าว


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment