กทพ. ลุยทางด่วน “กะทู้–ป่าตอง” ไม่เน้นกำไร แต่คืนชีวิตประชาชน

กทพ. เดินหน้าพัฒนาทางพิเศษภูเก็ต รวม 34.60 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร เพิ่มความปลอดภัย และรองรับการเดินทางที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทาง กะทู้–ป่าตอง ซึ่ง กทพ. มองว่า แม้โครงการอาจไม่ได้สร้างผลตอบแทนด้านรายได้กลับคืนสู่องค์กรมากนัก แต่มีคุณค่าอย่างมหาศาลต่อประชาชนและเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. ระบุว่า โครงการทางพิเศษภูเก็ตไม่ได้พิจารณาเฉพาะผลตอบแทนทางการเงิน แต่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นหลัก เนื่องจากเส้นทางระหว่าง กะทู้–ป่าตอง ในปัจจุบันมีลักษณะเป็นเส้นทางภูเขาที่คดเคี้ยวและลาดชัน ทำให้การเดินทางมีความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่มีปริมาณรถหนาแน่น

ในช่วงการจราจรติดขัด ประชาชนอาจต้องใช้เวลาเดินทางระหว่างกะทู้และป่าตองนานถึง 1–2 ชั่วโมง ขณะที่เมื่อโครงการทางพิเศษกะทู้–ป่าตองแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยลดระยะเวลาเดินทางลงอย่างมาก โดยผู้บริหาร กทพ. กล่าวถึงเป้าหมายว่าอาจเหลือประมาณ 5–10 นาที

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขระยะเวลาเดินทางดังกล่าวควรถือเป็น ประมาณการตามคำกล่าวของผู้บริหาร กทพ. และต้องพิจารณาร่วมกับผลการออกแบบรายละเอียด เงื่อนไขการใช้งานจริง และสภาพการจราจรในอนาคต

โครงการทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง มีระยะทางประมาณ 3.98 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาทางพิเศษภูเก็ต โดยมีแนวคิดในการก่อสร้างเส้นทางผ่านพื้นที่ภูเขาและอุโมงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างกะทู้กับป่าตอง

สำหรับรูปแบบโครงการที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ มีแนวคิดออกแบบให้รองรับทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมจัดสัดส่วนช่องทางการเดินทางเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ทั้งนี้ รายละเอียดสุดท้ายยังต้องเป็นไปตามแบบก่อสร้างและข้อกำหนดทางวิศวกรรมที่ได้รับอนุมัติ

ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการเสนอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดและปรับกรอบวงเงิน รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมต่อกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี โดยมีแผนเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2574 หากสามารถดำเนินการได้ตามกรอบแผนงาน

แผนพัฒนาทางพิเศษภูเก็ตแบ่งออกเป็น 2 ระยะ รวมระยะทางประมาณ 34.60 กิโลเมตร ประกอบด้วย

* ระยะที่ 1 โครงการกะทู้–ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร มุ่งแก้ไขปัญหาการเดินทางผ่านเส้นทางภูเขาที่คดเคี้ยวและลาดชัน

* ระยะที่ 2 โครงการเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร ประกอบด้วย Main Line และ Spur Line ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด และมีแผนเสนอคณะรัฐมนตรีภายในปี 2570

ทั้งสองโครงการมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดปัญหาคอขวดด้านการจราจร และสนับสนุนการเติบโตของภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้

นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กทพ. ยังเดินหน้าพัฒนาระบบบริการให้สอดรับกับพฤติกรรมการเดินทางยุคดิจิทัล โดยเตรียมเพิ่มบริการ Easy Pass แบบ Postpaid หรือ “ขับก่อน จ่ายทีหลัง” ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2570

ระบบดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาผู้ใช้ทางพิเศษมียอดเงินไม่เพียงพอขณะผ่านด่าน และเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ กทพ. ยังเตรียมพัฒนาระบบโอนคะแนน EXAT Reward ร่วมกับพันธมิตร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570

กทพ. ยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG มาใช้ในการพัฒนาองค์กรและโครงการทางพิเศษ โดยมีแนวคิดสำคัญคือ


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment