{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้จัดกิจกรรม “ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยตลาดตราสารหนี้” (Driving climate action and nature conservation through debt capital markets) โดยมีหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมเสวนา ได้แก่ กระทรวงการคลัง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กระทรวงคมนาคม และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย โดยมีนายปิ่นสาย สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน
โดยนายปิ่นสาย สุรัสวดี รองปลัดกระทรวการคลัง กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงโจทย์เรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องรักษาความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการเตรียมพร้อมต่อความเสี่ยงในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่จะส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

การเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ต้องอาศัยทั้งนโยบาย การลงทุน เทคโนโลยี และเงินทุนจำนวนมาก ขณะที่ทรัพยากรของภาครัฐมีข้อจำกัด และไม่สามารถพึ่งพางบประมาณเพียงช่องทางเดียว แต่ต้องเปิดโอกาสให้ตลาดทุน ภาคเอกชน สถาบันการเงิน นักลงทุน และองค์กรระหว่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ดึงเงินทุนจากหลายแหล่งเข้ามาร่วมสนับสนุนเป้าหมายของประเทศ ซึ่ง Sustainability-Linked Bond หรือ SLB ถือเป็นตัวอย่างของการนำเครื่องมือทางการเงินมาเชื่อมโยงกับเป้าหมายระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า สบน. อยู่ระหว่างเตรียมการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) รุ่นที่ 2 ภายใต้ชื่อพันธบัตร SLB425A อายุประมาณ 15 ปี โดยกำหนดวงเงินเบื้องต้นประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (Key Performance Indicators: KPIs) จำนวน 2 ตัว ครอบคลุมทั้งมิติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความเชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เนื่องจากการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ นอกจากจะช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศในระยะยาว

โดยตัวชี้วัดที่ 1 มุ่งลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของประเทศ ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วน รวมถึงภาคการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และป่าไม้ (Land Use, Land-Use Change and Forestry: LULUCF) โดยกำหนดเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เหลือ
152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2035 หรือลดลงร้อยละ 47 เมื่อเทียบกับระดับปี 2019
ส่วนตัวชี้วัดที่ 2 มุ่งเพิ่มสัดส่วนพื้นที่คุ้มครองทางบกและแหล่งน้ำในประเทศ รวมถึงพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-Based Conservation Measures: OECMs) ให้มีสัดส่วนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของพื้นที่ประเทศ ภายในปี 2030
“SLB รุ่นที่ 2 จะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคการเงินและตลาดทุนในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ ช่วยสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย ยกระดับแนวทางการระดมทุนของภาครัฐให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล” นางจินดารัตน์กล่าว
ทั้งนี้ สบน. มีแผนจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์แก่ผู้ลงทุน (Roadshow) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน รวมถึงกรอบการระดมทุนและโครงสร้างทางการเงินของพันธบัตรดังกล่าว โดยมีกำหนดจัดกิจกรรมสำหรับผู้ลงทุนภายในประเทศในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และสำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศระหว่างวันที่ 1–4 กันยายน 2569 และมีกำหนดออก SLB รุ่นที่ 2 ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2569

COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS