EMPIRE เร่ง Q2/69 ผนึกพันธมิตรปั้นธุรกิจมาร์จิ้นสูง โครงสร้างพื้นฐานเทคฯครบวงจร

EMPIRE เผยทิศทางไตรมาส 2/2569 จับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์สร้างระบบนิเวศธุรกิจ ดันโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและบริหารโซลูชันครบวงจร เพิ่มมูลค่าองค์กรระยะยาว ด้านงบไตรมาส 1/2569 รายได้ 59.70 ล้านบาท ขาดทุน 62.94 ล้านบาท

นางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจช่วงไตรมาส 2/2569 เดินหน้าปรับกลยุทธ์การบริหารงานภายใต้วิสัยทัศน์ “Maximizing Asset Yield Through Integrated Innovation” สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เน้นการใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้เกณฑ์การลงทุนที่ชัดเจน เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการโซลูชันทางเทคโนโลยี ที่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าอย่างตรงจุด และพร้อมก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีแนวโน้มเติบโตสูง

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามแผนแก้ไขปัญหาที่ยังคงส่งผลกระทบ พร้อมปรับโครงสร้างการบริหารงาน เน้นลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ สามารถสร้างกระแสรายได้ประจำ และ ความสามารถในการทำกำไรที่ดี พร้อมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าองค์กรในระยะยาว โดยยึดหลักการบริหารงานที่มีธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด และ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 59.70 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 62.94 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 66.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 25.53 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีตามหลักความระมัดระวังและไม่กระทบต่อกระแสเงินสด โดยตัวเลขผลประกอบการนี้ได้สะท้อนการก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารลง 25.04% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ดีขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของศักยภาพการทำกำไรในระยะถัดไป

ทั้งนี้ บริษัทฯ บริษัทได้รับการรับประกัน EBITDA จากผู้บริหารบริษัท เทคโนโลยี อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด หรือ TI และ กลุ่มบริษัท DRJ เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านผลประกอบการ และ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริหารเดิมต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยการรับประกันดังกล่าวจะช่วยเสริมเสถียรภาพของผลการดำเนินงาน สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน รวมถึงสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment