“กิฟฟารีน” ฉลองยิ่งใหญ่ 30 ปี ผลประกอบการทะลุ 114,764 ล้านบาท เปิดแผนปี 69 ทำตลาดเชิงรุก

“กิฟฟารีน” ปักหมุดฉลองครบรอบ 30 ปีสุดยิ่งใหญ่ ทุ่มจัดงาน Giffarine 30 th Anniversary ภายใต้ชื่อ “Gorgeous Gala Dinner” พร้อมฉลองยอดรายได้รวมกว่า 114,764 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจ ในฐานะบริษัท MLM สัญชาติไทยอันดับหนึ่ง เปิดแผนปี 2569 ลุยใช้ยุทธศาสตร์ในการบริหารธุรกิจหลายมิติเต็มสูบ หวังดันยอดธุรกิจโตฉุดไม่อยู่ในทุกๆปี

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นปีที่เฉลิมฉลองครั้งสำคัญของกิฟฟารีน ในโอกาสครบรอบ 30 ปี และก้าวเข้าสู่ปีที่ 31 ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจขายตรงแบรนด์ไทย ที่เดินทางมาอย่างเข้มแข็งและแข็งแกร่งตลอด 30 ปี ดูแลทั้งนักธุรกิจ สมาชิกผู้บริโภค และลูกค้า รวมถึงสังคมแบบไม่เคยหยุด ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมายก็ตาม

ทั้งนี้ กิฟฟารีนยังได้ปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา ตามเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลก ดังนั้นแผนการทำธุรกิจปีนี้ กิฟฟารีนจะใช้ยุทธศาสตร์ในการบริหารธุรกิจหลายมิติ ทั้ง refresh brand ให้มีความเป็น wellness brand มากขึ้น ด้วยการใช้ tagline ใหม่ “Giffarine : Gifts for Life, Crafted for Well-Being” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่ชัดเจนของ “กิฟฟารีน” ในการเป็นแบรนด์ที่ดูแลองค์รวมของความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นผู้แนะนำเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้า พร้อมยกระดับการสร้าง brand awarenessอัปเดตองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับองค์กร และนักธุรกิจไปพร้อมๆ กัน เพื่อเพิ่มการเติบโตและศักยภาพในการทำงานแบบ Up-Level การตลาดให้เหนือชั้น ขณะเดียวกันยังพร้อมเสิร์ฟผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง เพื่อผลักดันยอดรายได้รวมของบริษัทฯ ให้เติบโตในทุกๆ ปี จากปีที่ 30 นี้ ที่สามารถทำยอดรายได้รวมพุ่งขึ้นถึง 114,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ 29 (2568) ที่ทำได้ 110,758 ล้านบาท

นายพงศ์พสุ อุณาพรหม รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร กล่าวว่า การฉลองยอดรายได้รวมตลอด 30 ปี 114,764 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด และตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจในฐานะบริษัท MLM สัญชาติไทย แม้ปัจจุบันการแข่งขันจะรุนแรง เศรษฐกิจยังผันผวนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้บริโภคยังชะลอการใช้จ่ายเงิน เนื่องจากมีกำลังซื้อที่จำกัด สำหรับในปี 2569 นี้ ผ่านมาเดือนครึ่ง จากที่ได้เดินเกมการตลาดใหม่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งการเติบโตของยอดขายจากต้นปี เริ่มเห็นสัญญาณบวกที่เติบโตถึง 2 หลักในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงต้นปีของปีที่แล้ว(2568) ทำให้แผนการตลาดปีที่ 30 หรือปี 2569 นี้ บริษัทฯ จะทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการจัดอบรม และทำ workshop ให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน เพื่อเพิ่มศักยภาพการขาย พร้อมปั้นนักธุรกิจของเราให้เป็นกูรู เป็นผู้แนะนำผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และดูแลผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด เน้นสร้างประสบการณ์การใช้สินค้าที่พิเศษสุดให้กับลูกค้า พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังบุกตลาดออนไลน์ทุกช่องทาง ด้วยกลยุทธ์การสร้างโอกาสในการมองเห็นสินค้า และเข้าถึงสินค้าได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้สินค้าในกลุ่ม Influencer ทั้ง KOL และ KOC เพื่อแนะนำและบอกเล่าประสบการณ์การใช้สินค้าบนโลกออนไลน์ และสามารถสร้าง engagement ในกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ตรงจุด พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายใหม่ปีที่ 31 อย่างแข็งแกร่ง

“โดยส่วนตัวมองว่าในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจแบบนี้ กิฟฟารีนยังคงเติบโตได้ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง เพราะผลิตภัณฑ์ของเรายังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในทุกตัวที่นำเข้าสู่ตลาด และปี 2569 นี้ กิฟฟารีนก็จะมีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ที่จะออกสู่ตลาดอีกหลายรายการ ทยอยออกมาสร้างสีสันในตลาดครอบคลุมอยู่ใน 7 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 2.กลุ่มสกินแคร์และผลิตภัณฑ์สำหรับร่างกาย 3.กลุ่มเครื่องสำอางสีสัน เมคอัพ 4.กลุ่มผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก 5.กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและสวัสดิการ 6.กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับครัวเรือน 7. กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 2,000 รายการ นำร่องด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด ในกลุ่มสกินแคร์ โดยมีกองทัพนักธุรกิจกิฟฟารีนที่เข้มแข็งกว่า 860,000 รหัส และสมาชิกผู้บริโภคอีกกว่า 8.6 ล้านรหัส ช่วยซัพพอร์ตในเรื่องของการผลักดันยอดขาย”

อย่างไรก็ตามในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ soft launch ไปแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เช่น ผลิตภัณฑ์ Giffarine HPR Retinoid Skin Booster Serum แนวโน้มยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร Fitt Meal by Giffarine สินค้าฮอตฮิตของกิฟฟารีนปีนี้ก็มีแผนพัฒนารสชาติใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเสริมทัพ โดยสินค้าที่ทำยอดขายสูงสุด 5 อันดับของกิฟฟารีน หรือ Top 5 Best Seller คือ 1.กิฟฟารีน เลซิติน 2.ไบโอแมกนีเซียม พลัส 3.โคซานอล มัลติ แพลนท์ โอเมก้า 3 ออยล์ จากพืช 4.ไบโอ ซี 1,000 มก. 5. แอล ซี วิต 3 เอ็กซ์(ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพดวงตา)

“ปี 2569 ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนองค์กรต้องทันเกมส์การแข่งขัน การตลาดเชิงรุกเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้อง up-scale และ up-skill ในทุกๆ มิติ การขยายฐานลูกค้าก็ต้องเจาะลึกลงไปในแต่ละกลุ่มมากขึ้น และทำมากกว่าการขยายในวงกว้าง” นายพงศ์พสุ กล่าวทิ้งท้าย


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment