WHAUPปลดล็อก ครึ่งปีหลังน้ำ–ไฟหนุน

ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ เผย6 เดือนแรกปี 2563 มีรายได้กำไรสุทธิ 361 ล้านบาท มั่นใจครึ่งปีหลังธุรกิจฟื้นตัว

ดร.นิพนธ์ บุญเดชานันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัท มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติจำนวน 620 ล้านบาท ลดลง 44% YoY และกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Income) ซึ่งเป็นดัชนีหลักในการสะท้อนผลการดำเนินการหลักจำนวน 177 ล้านบาทปรับตัวลดลง 74% YoY โดยได้รับผลกระทบหลักจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรทางบัญชีจากธุรกิจไฟฟ้าที่บริษัทร่วมลงทุน โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้า Gheco-One ซึ่งลดลงตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า นอกจากนี้ยังคงได้รับผลกระทบจากเรื่องสถานการณ์ภัยแล้งในประเทศไทยต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ผ่านมา

ทั้งนี้งวด 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติ จำนวน 1,282 ล้านบาท ลดลง 28% YoY และกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Income) จำนวน 397 ล้านบาทปรับตัวลดลง 59% YoY

สำหรับผลการดำเนินงานในส่วนของธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทนั้น กลุ่มธุรกิจ IPP ได้รับผลกระทบจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรทางบัญชีจากโรงไฟฟ้า Gheco-One ที่ลดลงจากหลายปัจจัย แต่ด้วยผลการดำเนินการของโรงไฟฟ้าที่ยังคงมีความแข็งแกร่ง และภาระการชำระคืนเงินกู้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยที่ลดลงตามลำดับด้วยเช่นกัน ทำให้บริษัทยังคงได้รับเงินปันผลจากการลงทุนในโครงการดังกล่าวในระดับที่สูงตามคาดการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มธุรกิจ SPP ในไตรมาส 2 ยังอยู่ในระดับเดียวกันกับช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHAUP กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของธุรกิจสาธารณูปโภคในช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากภาวะภัยแล้ง โดยภาคอุตสาหกรรมได้ให้ความร่วมมือกับมาตรการภาครัฐที่ขอความร่วมมือในการลดการใช้น้ำลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์น้ำในประเทศไทยของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ลดลงประมาณ 9% จากช่วงครึ่งปีแรกของปีก่อน แต่เมื่อพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ แนวโน้มสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มคลี่คลาย โดยระดับน้ำ ณ สิ้นเดือน กรกฎาคม ในอ่างเก็บน้ำ 3 แหล่งหลักที่หล่อเลี้ยงพื้นที่ EEC มีการปรับตัวดีขึ้นมากจากระดับน้ำ ณ จุดต่ำสุดช่วงเดือน พฤษภาคม และปรับตัวสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แนวโน้มของภาคอุตสาหกรรมที่ทยอยเริ่มกลับมาดำเนินการตามปกติมากขึ้น และการกลับมาเริ่มเปิดดำเนินการโครงการใหม่ของลูกค้าที่มีการชะลอในช่วงครึ่งปีแรกจากภาวะภัยแล้ง ดังนั้นบริษัท ยังประเมินว่าปริมาณการขายน้ำในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มสูงที่จะฟื้นตัวกลับมา

นอกจากนี้จากการที่บริษัท ได้เร่งดำเนินการขยายกำลังการผลิต Reclaimed Water ในช่วงครึ่งปีแรกนั้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิต Reclaimed Water ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วรวมเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของความต้องการใช้น้ำในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลบวกทั้งในแง่การเพิ่มรายได้จากการขาย เนื่องจาก Reclaimed Water เป็นผลิตภัณฑ์น้ำที่ถือว่าเป็นสินค้าเกรดสูง (premium grade) และการลดการพึ่งพิงและต้นทุนจากการใช้น้ำดิบ ได้อีกบางส่วนด้วย”

นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กล่าวว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทได้ออกหุ้นกู้อายุ 2 ปี 10 เดือน และ 10 ปี จำนวนรวม 3,000 ล้านบาท และสำหรับการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระในเดือนสิงหาคมนี้ บริษัทได้เลือกใช้เงินกู้อายุ 2-3 ปี จากสถาบันการเงิน จำนวนรวม 4,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับที่เหมาะสม และมีความพร้อมทางการเงินในการขยายธุรกิจตามแผนงานและเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment