{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

ธนาคารเอชเอสบีซี ประกาศพันธกิจในการส่งเสริมการค้าการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี กรุ๊ป ญี่ปุ่น ( HSBC Group Japan) เดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าพบลูกค้าองค์กรภาคธุรกิจและหารือถึงแนวทางที่ธนาคารฯ จะสามารถสนับสนุนลูกค้าญี่ปุ่นและไทยที่ขยายธุรกิจในทั้งสองประเทศได้มากยิ่งขึ้น พร้อมรับวาระครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่นในปี 2570
ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นแหล่งเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยยอดรวม FDI จากญี่ปุ่น ที่มาลงทุนในประเทศไทยอยู่ที่ 3.45 ล้านล้านบาทหรือ104,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมากกว่าหนึ่งในสี่ของปริมาณ FDI รวมทั้งหมดของไทย(ข้อมูล ณ ปี 2568) ทั้งนี้ แนวโน้มการลงทุนจากญี่ปุ่นเข้ามายังไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในปี 2568 มีเม็ดเงินการลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นเข้ามายังไทยเพิ่มเติมถึง 39,900 ล้านบาทหรือ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลอดจนยังมีการวางแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 36,700 ล้านบาทหรือ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ เดือนมิถุนายน 2026 สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องต่อประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์สำหรับบริษัทญี่ปุ่นในการขยายธุรกิจทั่วอาเซียนและในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี
ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นไม่เพียงแต่กำลังเติบโตในด้านเม็ดเงินการลงทุนโดยตรงระหว่างกัน แต่ยังเป็นการเพิ่มขึ้นในด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอีกด้วย โดยทั้งสองประเทศกำลังเกี่ยวพันในด้านห่วงโซ่มูลค่ามากขึ้น(value chain) และมีความความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขั้นสูง และบริการทางการเงิน
การค้าระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นสะท้อนความสำคัญและการเติบโตของระเบียงการค้าดังกล่าวได้อย่างชัดเจน โดยนับตั้งแต่ปี 2541 มูลค่ารวมของการค้าไทย–ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าเป็น 1.88 ล้านล้านบาท (56,200 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกอันดับ 3 ของไทยโดยมีมูลค่าการส่งออกที่ 788,000 ล้านบาท (23,600 ล้านเหรียญสหรัฐ) และญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่ไทยนำเข้าสินค้ามายังประเทศสูงสุดเป็นอันดับ 2 โดยมีมูลค่าการนำเข้าที่ 992,000 ล้านบาท (29,700 ล้านเหรียญสหรัฐ)
นายทาเคโอะ คาเนโกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจธนาคารเอชเอสบีซี กรุ๊ป ญี่ปุ่น (HSBC Group Japan) กล่าวว่า:
“การเยือนประเทศไทยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนภูมิภาคอาเซียนของเอชเอสบีซี กรุ๊ป ญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย เพื่อพบและหารือกับลูกค้าและพันธมิตร ตลอดจนเพื่อใช้เวลาอยู่ในพื้นที่จริงในทั้ง 4 ประเทศ ซึ่งกำลังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อเครือข่ายการค้าและการลงทุนของญี่ปุ่นทั่วอาเซียน
ทั้งนี้ เราเห็นองค์กรภาคธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่นขยายการค้าและการลงทุนในระเบียงการค้าใน 4 ประเทศเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น การลงทุนในภาคการผลิตและโครงสร้างพื้นฐาน การขยายการให้บริการลูกค้า และการเร่งวาระด้านดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ส่งผลให้ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจไม่เพียงเติบโตในเชิงขนาด แต่ยังมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาคมากยิ่งขึ้นด้วย
บทบาทของธนาคารเอชเอสบีซี คือ การช่วยให้ลูกค้าใช้เครือข่ายระดับโลกของเราเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ จากการผสานความแข็งแกร่งของการมีทีมงานและเครือข่ายในพื้นที่ทั่วอาเซียน ความเชี่ยวชาญเชิงลึกในญี่ปุ่น และความสามารถในการสนับสนุนลูกค้าครอบคลุมทั้งด้านการค้าและห่วงโซ่อุปทาน การชำระเงินและบริหารสภาพคล่อง การจัดหาเงินทุน การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนและการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการสนับสนุนด้านการลงทุนระหว่างประเทศ”
นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า
“ระเบียงเศรษฐกิจการค้าการลงทุนไทย–ญี่ปุ่น พัฒนาขึ้นจากการลงทุนและความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่ต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ อีกทั้งยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนการเติบโตข้ามพรมแดนที่สำคัญที่สุดของเอเชีย โดยธนาคารเอชเอสบีซีมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มโอกาสการลงทุนในระเบียงการค้านี้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ระเบียงการค้าดังกล่าวเปลี่ยนผ่านไปสู่การค้าและการลงทุนที่มีมูลค่าสูงขึ้นและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมมากยิ่งขึ้นเช่นปัจจุบัน
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS