{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หารือการพัฒนาศักยภาพการให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)พร้อมเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและผู้ประกอบการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมเร่งรัดบูรณาการการดำเนินงานโครงการทดสอบการคมนาคมทางอากาศรูปแบบใหม่ ในเขตเมือง (Urban Air Mobility : UAM) และอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) กรุงเทพฯ โดยมี นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ผู้แทนบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) นายรนนท์ มินทะขิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริษัท แซมส์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด นายณัฏฐภัทร สีบุญเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด (MJets) และนายพสุ มณิปันตี กรรมการบริษัท สตาร์ซีคเกอร์ จำกัด ร่วมประชุม
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การหารือเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน พร้อมเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและผู้ประกอบการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ในวันนี้ ขอขอบคุณ ทย. กพท. บริษัท แซมส์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด และ MJets ในฐานะรัฐบาลมองว่าโครงการ MRO/ Private Jet Terminal เป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก โดยข้อมูลที่ได้รับในวันนี้ กระทรวงฯ จะนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ตกผลึกและรอบคอบที่สุด และพร้อมทั้งเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และผู้ประกอบการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและส่วนรวมเป็นสำคัญ โดยมอบให้ ทย. พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป ซึ่ง ทย. ได้ศึกษาข้อมูลของผลการศึกษางานจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษา และวิเคราะห์การดำเนินกิจการให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) กิจการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการคลังสินค้า (Cargo) สำหรับท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานได้วิเคราะห์ปริมาณความต้องการสำหรับการซ่อมบำรุงอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานซ่อมบำรุงย่อย จากฐานข้อมูลเที่ยวบินใช้ช่วงปี 2557 - 2566 ครอบคลุมเที่ยวบินประจำ ไม่ประจำ และส่วนตัว ทั้งในและต่างประเทศ ความต้องการซ่อมบำรุงย่อยของกระบี่คาดว่ามาจากเที่ยวบินระหว่างประเทศเป็นหลัก เนื่องจากสายการบินไทยมีศักยภาพซ่อมบำรุงเองได้จากลักษณะเที่ยวบินระยะสั้น โดยมีตัวแปรหลักคือสัดส่วนสายการบินที่ไม่สามารถซ่อมบำรุงเองได้ (Non-self service airline) หากมีการดำเนินการกิจกรรมให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยานจะต้องพิจารณาประเด็นด้านมาตรฐานความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย และอาชีวอนามัยที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น ความเหมาะสมของพื้นที่และตำแหน่งในการดำเนินกิจกรรม ขอบเขตการดำเนินกิจกรรม การปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในคู่มือการดำเนินงานสนามบิน การดำเนินการตามระบบการจัดการนิรภัยของสนามบิน ตลอดจนการจัดการวัตถุอันตรายและของเสียที่เกิดจากการซ่อมบำรุง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการดำเนินงานของท่าอากาศยาน

ด้านการพัฒนาพื้นที่นำร่องเพื่อทดสอบนวัตกรรมการบินรูปแบบใหม่ (พื้นที่ทดสอบการคมนาคมทางอากาศในเขตเมือง (Urban Air Mobility : UAM) และอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) ถือเป็นนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการบินที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างยิ่ง
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มทางเลือกและยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งทางอากาศในหลากหลายมิติ ตลอดจนสนับสนุนภารกิจด้านการสาธารณสุข การขนส่งเวชภัณฑ์ และการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเอกชนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมมอบหมายให้ ทย. เร่งประสานกรมป่าไม้เพื่อสร้างความชัดเจนในข้อกฎหมายการขอใช้สิทธิ์พื้นที่ และมอบให้ กพท. ทย. บวท. และหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งรัดบูรณาการการดำเนินงานโครงการ UAM และ eVTOL ณ ท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ และให้ กพท. เร่งจัดทำกรอบหลักเกณฑ์กำกับดูแลความปลอดภัย มาตรฐานเทคโนโลยี และระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ร่วมกับ บวท. ให้แล้วเสร็จ เพื่อขับเคลื่อนให้ท่าอากาศยานเพชรบูรณ์เป็นศูนย์กลางการทดสอบและเชื่อมโยงนวัตกรรมเทคโนโลยีการบินของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการดำเนินการพื้นที่ทดสอบการคมนาคมทางอากาศในเขตเมือง (UAM) และอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) จะต้องพิจารณาและปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานไร้คนขับ และ eVTOL ตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่ กพท. กำหนด

โดย กพท. ได้เล็งเห็นว่า ท่าอากาศยานเพชบูรณ์เป็นพื้นที่เหมาะสมในการทดสอบการคมนาคมทางอากาศฯ ซึ่งปัจจุบัน ท่าอากาศยานเพชบูรณ์ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์มาใช้บริการ มีเพียงเครื่องบินของราชการ เครื่องบินส่วนบุคคล และเครื่องบินฝึกบิน เท่านั้น หากมีการนำโดรนมาทดสอบบินทาง สามารถบริหารจัดการตารางเวลา เพื่อไม่ให้กระทบต่อเที่ยวบินที่มีอยู่ได้ หากมีการนำโดรนมาทดสอบบินสามารถบริหารจัดการตารางเวลา (Slot) เพื่อไม่ให้กระทบต่อเที่ยวบินที่มีอยู่ได้ และสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อทดสอบนวัตกรรมการบินรูปแบบใหม่ได้เป็นอย่างดี
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS