{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 สุดแกร่ง กำไรพุ่ง 244% แตะ 117.73 ล้านบาท เร่งลงทุนเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตรุ่นใหม่ เสริมแกร่ง 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ Heavy Duty Sack และ Film for Flexible Packaging เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันและรองรับการเติบโตในอนาคต
นายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (UNIX) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนศักยภาพของบริษัทในการบริหารห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบ บริษัทฯ ยังสามารถรักษาการเติบโตของยอดขาย ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 117.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 244.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 34.18 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 883.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.52% จาก 764.55 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 180.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 83.19 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 1,662.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.77% จาก 1,571.38 ล้านบาท
ปัจจัยหนุนการเติบโตมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มฟิล์มสำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Film for Flexible Packaging) ฟิล์มสำหรับบรรจุภัณฑ์สำหรับของหนัก (Heavy Duty Sack) ประกอบกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุน และการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น พร้อมต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
นายโสฬส กล่าวว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทฯ จะเดินหน้าลงทุนในเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ลดการใช้พลังงาน และยกระดับคุณภาพสินค้า รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยเครื่องจักรใหม่ในกลุ่ม Heavy Duty Sack จะช่วยลดการใช้พลังงาน ลดของเสีย และยกระดับคุณภาพการผลิต ขณะที่การลงทุนในกลุ่ม Film for Flexible Packaging จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต รองรับความต้องการของตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ได้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
"แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน แต่เราเชื่อมั่นว่าการลงทุนในเทคโนโลยี การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว" นายโสฬส กล่าว
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจปี 2570 โดยมุ่งขยายตลาดผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Film for Flexible Packaging ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่มีศักยภาพการเติบโตสูง พร้อมเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ให้รองรับข้อกำหนด EU Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ได้แล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุโรป
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS