{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

บริษัท มารีไทม์ ซินเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด (MARITIME SYNERGY (THAILAND) CO.,LTD.) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้าครบวงจร (Integrated Logistics Solutions) สัญชาติไทย ประกาศยกระดับการให้บริการสู่มาตรฐาน “Premium Logistics Solution” เพื่อตอบรับโอกาสทองในยุคการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนครั้งสำคัญด้วยการรับมอบรถหัวลาก Volvo Trucks จำนวน 4 คัน ได้แก่ Volvo FH 460 แรงม้า จำนวน 1 คัน และ Volvo FM Pro 380 แรงม้า จำนวน 3 คัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฟลีทรถเดิมที่มีอยู่กว่า 40 คัน รองรับการขยายโครงข่ายการขนส่งสินค้าข้ามชายแดน (Cross Border Transport) เชื่อมโยงประเทศไทยไปยัง สปป.ลาว และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างเต็มรูปแบบ
นายพิรพงศ์ โห้แจ่ม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มารีไทม์ ซินเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ก้าวผ่านอุปสรรคมากมายโดยยึดมั่นในปรัชญา “ความน่าเชื่อถือ” (Reliability) และ “การส่งมอบตรงเวลา” (On-time Delivery) เป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการ แม้ปัจจุบันตลาดโลจิสติกส์จะมีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยทุนข้ามชาติขนาดใหญ่ แต่ Maritime Synergy เลือกที่จะใช้ Digital Transformation และนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการทลายกำแพงความรู้ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการซัพพลายเชน รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างแม่นยำ
“เราไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรไทยสามารถเข้าถึงมาตรฐานการจัดการระดับโลกได้ไม่ต่างจากบริษัทข้ามชาติ” นายพิรพงศ์กล่าว โดยปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทครอบคลุมทั้งการขนส่งทางถนนในประเทศและข้ามแดน การบริการจัดการตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้แห้ง และตู้ควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนการออกแบบโซลูชันโลจิสติกส์เฉพาะราย (Tailored Solutions) ให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG)
นายพิรพงศ์ย้ำถึงแนวคิดการทำธุรกิจว่า “เราไม่ได้วิ่งตามมาตรฐานของคนอื่น แต่เราสร้างมาตรฐานของตัวเอง” การลงทุนใน Volvo Trucks รุ่นใหม่ที่มีระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันที่เหนือชั้น และการประหยัดน้ำมันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า
สำหรับแผนงานในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า Maritime Synergy มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายเป็นบริษัทโลจิสติกส์ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ต้องการเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จนเป็นที่จดจำในฐานะ “ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับพรีเมียม” ที่ลูกค้าไว้วางใจในทุกเที่ยววิ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานโครงการหรือการขนส่งในชีวิตประจำวัน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรไทยที่ก้าวไกลสู่มาตรฐานระดับสากล
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS