โกลเบล็ก มองหุ้นไทยวีคนี้ผันผวน

บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (20-24 ก.ค. 69) แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,610-1,650 จุด เผชิญแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มชิปสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนรับแผน PDP ฉบับใหม่ ชู 4 หุ้นโรงไฟฟ้าเด่น GULF-BGRIM-GPSC-GUNKUL

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า แม้ตลาดจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกส่งผลให้ดัชนีปรับตัวผันผวนจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลุ่ม ETRON ในตลาดบ้านเราถูกแรงขายเช่นกัน ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน มองกรอบดัชนี 1,610-1,650 จุด แต่ยังคงมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง อาทิ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย.ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนที่ปรับตัวดีขึ้น ดัชนีภาคการผลิตภูมิภาคมิด-แอตแลนติกที่พุ่งสูงกว่าคาด และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัว

สำหรับปัจจัยบวกในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.13% โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกออนไลน์ที่เติบโตโดดเด่นถึง 56.9% นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล "ออมพลัส" วงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นทางเลือกในการออมเงินให้กับประชาชน

"อย่างไรก็ตาม ควรจับตาปัจจัยเสี่ยงภายนอกอย่างใกล้ชิด ทั้งกรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงนโยบายภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อคู่ค้าทั่วโลก" นางสาววิลาสินี กล่าว

นอกจากนี้ควรติดตามปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญที่จะส่งผลต่อทิศทางการลงทุนทั้งในประเทศให้จับตาภารกิจการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ ควบคู่ไปกับการรายงานตัวเลขสำคัญจากภาครัฐ ทั้งการแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศจากกระทรวงพาณิชย์ ยอดการผลิตและส่งออกยานยนต์จาก ส.อ.ท. ตลอดจนดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานภาวะเศรษฐกิจจาก สศค. และ ธปท. ในช่วงสิ้นเดือน โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/69 ในวันที่ 26 สิงหาคม

สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีนในวันที่ 20 กรกฎาคม การรายงานดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของอียู และตัวเลขดุลการค้าของญี่ปุ่นในวันที่ 21-22 กรกฎาคม รวมถึงต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 23 กรกฎาคม และปิดท้ายด้วยความเคลื่อนไหวจากฝั่งสหรัฐฯ ทั้งการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจรายสัปดาห์ และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment