{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดเผยนโยบายเชิงรุกและแสดงวิสัยทัศน์เด็ดขาดในการเตรียมพิจารณายกเลิกการใช้เตาหลอมด้วยกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (Induction Furnace: IF) ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้าง เนื่องจากข้อถกเถียงด้านความปลอดภัยและคุณภาพ โดยมุ่งผลักดันให้ปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบเตาอาร์กไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EAF) และกระบวนการปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง (Refining Process) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนและสอดรับกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากลนั้น
สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ในฐานะผู้แทนภาคอุตสาหกรรม ขอแถลงจุดยืนสนับสนุน ยืนยันข้อมูลทางวิชาการบริสุทธิ์เพื่อชี้แจงข้อมูลที่อาจคลาดเคลื่อน และแสดงความกังวลเชิงนโยบายอย่างเร่งด่วน ดังนี้:
1. ให้กำลังใจภาครัฐ: ร่วมแก้ไข “10 ปีที่สูญหาย...ยังไม่สายเกินไปที่จะก้าวผ่าน”
ทางสมาคมฯ ขอขอบพระคุณและขอให้กำลังใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่ง ที่เล็งเห็นภัยเงียบและตระหนักถึงความปลอดภัยเชิงโครงสร้างของประเทศ นโยบายเชิงรุกในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะอุดช่องโหว่ความเสี่ยงในอุตสาหกรรมเหล็กเส้นไทย
ในความเป็นจริง ปัญหากระบวนการหลอมระบบ IF ที่ขาดมาตรฐานการปรุงน้ำเหล็กบริสุทธิ์ ได้สร้างความเสี่ยงสะสมในโครงสร้างสิ่งก่อสร้างของไทยมานานนับ 10 ปี ทางสมาคมฯ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ต้องเข้ามาขับเคลื่อนแก้ไขในทันที แม้จะปล่อยให้ความเสี่ยงนี้ล่วงเลยมานานนับทศวรรษ แต่หากทุกภาคส่วนจับมือร่วมกันปฏิรูปในปัจจุบัน "ก็ยังไม่สายเกินไป" ที่จะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
2. ข้อกังวลเชิงนโยบาย: คัดค้านการเร่งรัดผ่าน “ร่าง มอก. เอื้อประโยชน์เตา IF”
ทางสมาคมฯ และภาคีเครือข่ายวิศวกรมีความกังวลอย่างยิ่ง ต่อสัญญาณความเคลื่อนไหวที่มีความพยายามผลักดันและเร่งรัดให้มีการอนุมัติผ่านร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ร่าง มอก. เหล็กเส้นก่อสร้าง ฉบับใหม่) ที่ยังคงเปิดช่องและเอื้อให้ใช้เทคโนโลยีจากเตา IF ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างต่อไป
สมาคมฯ ขอเน้นย้ำว่า หากภาครัฐปล่อยให้ร่าง มอก. ฉบับดังกล่าวประกาศใช้ จะถือเป็นการแช่แข็งอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้ล้าหลัง ทำลายเจตนารมณ์นโยบายความปลอดภัยเชิงรุกของท่านรัฐมนตรีฯ และเป็นการส่งต่อความเสี่ยงภัยพิบัติทางโครงสร้างอาคารไปให้ประชาชนไทยแบกรับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
3. ชี้แจงข้อเท็จจริงทางวิชาการและโลหะวิทยา
เพื่อไม่ให้หน่วยงานภาครัฐและสังคมสับสนต่อทัศนะเชิงเทคนิคบางประการที่คลาดเคลื่อน สมาคมฯ ขอชี้แจงด้วยข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ ดังนี้:
4. มิติการควบคุมกระบวนการ (Process Control) สำคัญกว่าการตรวจผลลัพธ์สุดท้าย
ในอุตสาหกรรมมีความเห็นบางประการที่ระบุว่า คุณภาพควรประเมินจากผลทดสอบทางกล (Mechanical Properties) บนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป หรืออ้างอิงประวัติการขายเพื่อทำสิ่งปลูกสร้างในอดีต อย่างไรก็ดี ในทางวิศวกรรมวัสดุและการควบคุมสายการผลิตขนานใหญ่ (Mass Production) มีข้อเท็จจริงที่สำคัญ ดังนี้:

5. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อสกัดกั้นช่องโหว่ทางกฎหมาย
เพื่อตัดวงจรข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและการหลบเลี่ยงเกณฑ์ความปลอดภัย สมาคมฯ ขอเสนอมาตรการเชิงระบบต่อหน่วยงานผู้ออกกฎหมาย ดังนี้:
1. มาตรการจำกัดพื้นที่การใช้งานตามขีดจำกัดจริง: ห้ามใช้เหล็กเส้นจากเตา IF ที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก (LF) ในการก่อสร้างอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ โดยต้องจำกัดให้ผลิตได้เพียง "เหล็กเส้นกลม ชั้นคุณภาพ SR24 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 15 มิลลิเมตร เท่านั้น" (เพื่อใช้เฉพาะในงานโครงสร้างขนาดเล็กที่ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องรับแรงดึงสูง)
2. มาตรการบังคับใช้เทคโนโลยีเตาปรุงเหล็ก (Ladle Furnace): กำหนดให้สายการผลิตเหล็กเส้นโครงสร้างทุกโรงงานในประเทศ ต้องติดตั้งเครื่องจักรเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace) เป็นเครื่องจักรภาคบังคับในการขออนุญาตตั้งโรงงานหรือต่ออายุใบอนุญาตโรงงาน เพื่อระบบการผลิตที่ได้คุณภาพสม่ำเสมอและโปร่งใสที่สุด
บทส่งท้าย
สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ขอยืนยันว่าการตั้งหลักเกณฑ์นี้ตั้งอยู่บนหลักวิศวกรรมควบคุมเพื่อ "การเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกวัตถุประสงค์" การปล่อยให้นำเศษเหล็กสกปรกมาหลอมผ่านเตาที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็กบริสุทธิ์เพื่อทำเหล็กเส้นก่อสร้างอาคาร คือความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สมาคมฯ ขอคัดค้านร่าง มอก. เหล็กเส้นก่อสร้างที่เปิดช่องให้เตา IF อย่างถึงที่สุด และพร้อมยืนหยัดเคียงข้างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในการปฏิรูปอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลอย่างแท้จริง
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS