บสย. ดันค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” เสริมสภาพคล่อง SMEs รองรับ “ไทยช่วยไทยพลัส”

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากการหดตัวต่อเนื่องของสินเชื่อ SMEs ที่ติดลบถึง 15 ไตรมาสติดต่อกัน และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ที่ยังอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการ SMEs ที่กำลังมองหาคนค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน และโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ เพื่อเสริมสภาพคล่อง และรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน วิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนธุรกิจ ซึ่งสร้างความท้าทายให้กับ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า กลุ่มอาชีพอิสระ “กลุ่มเปราะบาง” วันนี้ บสย. พร้อมให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนผ่าน มาตรการ “บสย. Quick Big Win” วงเงินค้ำประกัน 50,000 ล้านบาท ซึ่งเปิดตัวเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 เพื่อเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น จากการเปิดตัวโครงการพบว่าสามารถช่วย SMEs ได้อย่างชัดเจน โดยยอดค้ำประกันสินเชื่อ (ณ 30 เมษายน 2569) มียอดค้ำประกัน 26,048 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.37 เท่า เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โครงการนี้มุ่งตอบโจทย์ SMEs ทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มรายย่อย Micro SMEs พ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องการวงเงินสินเชื่อตั้งแต่ 1 หมื่นบาท – 1 ล้านบาท ด้วยจุดเด่น ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ปีต่อไปคิดตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Pricing) เพื่อสะท้อนต้นทุนด้านเครดิตของ SMEs แต่ละราย นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่ บสย. นำเครื่องมือเครดิตสกอริ่ง “TCG Score” มาใช้ประเมินระดับความเสี่ยงของลูกค้า เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน อีกหัวใจสำคัญคือ การชดเชย NPL ในอัตราสูง (Max Claim) เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านเครดิต และกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพื่อเติมสภาพคล่องทางการเงินให้กับ SMEs และกลุ่มรายย่อย Micro SMEs ในระบบเศรษฐกิจ ทั้งมีส่วนในการช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่ติดลบให้กลับมาพลิกฟื้นได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ ในกรณี SMEs ที่ประสบปัญหาเป็น NPL บสย. ยังให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ลด ปลดหนี้ แก้หนี้ได้ง่ายขึ้น ลดเงินต้นสูงสุด 50% สำหรับลูกหนี้ที่ต้องการปลดหนี้ และช่วยปรับโครงสร้างหนี้ โดยยืดหนี้ยาวสูงสุด 7 ปี ค่างวดขั้นต่ำเพียง 500 บาท ช่วย SMEs “ผ่อนน้อย เบาแรง” พร้อม “ตัดเงินต้น ก่อนตัดดอก” และคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ช่วยให้ลูกหนี้อยู่รอด อยู่ได้ และกลับไปเป็นลูกหนี้ปกติได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังรองรับการเสริมสภาพคล่องให้กับ SMEs พ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในช่วงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐ ที่จะเริ่มเปิดใช้สิทธิซื้อสินค้าและบริการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs พ่อค้า แม่ค้า ที่ประเมินรายจ่ายของธุรกิจว่ามีเงินสดสำรองไม่เพียงพอสำหรับธุรกิจในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า และกำลังเผชิญกับปัญหาด้านสภาพคล่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การสะดุดของการดำเนินงาน การขาดเงินหมุนเวียนในการซื้อสินค้าเข้าร้าน ต้องการขอสินเชื่อแต่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือคนค้ำประกัน สามารถติดต่อ บสย. พร้อมให้คำปรึกษาในการยื่นขอสินเชื่อ การทำธุรกิจ ฯลฯ ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) ทั้งเพิ่มความสะดวกให้ SMEs สามารถเข้ามาตรวจสุขภาพทางการเงิน พร้อมจองคิวขอรับคำปรึกษาทางการเงิน ได้ที่ LINE OA: @tcgfirst ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือติดต่อที่สำนักงานเขตของ บสย. ทั้ง 11 สาขา ครอบคลุมทุกภูมิภาค และ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment