TBN เปิดแผนปี 69 รุกโมเดล Business Solution ชูเรือธง “End-to-End Lending” ผสาน AI สร้างการเติบโตยั่งยืน

TBN ปรับเข็มทิศธุรกิจปี 2569 รุกหนักกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน (BFSI) พลิกโมเดลสู่การขายโซลูชันเชิงธุรกิจ (Business Solution Sales) ชูแพลตฟอร์มเรือธง “End-to-End Lending” ผสานเทคโนโลยี AI และ Low-code เร่งสปีด Digital Transformation พร้อมเดินหน้าบริหารต้นทุนและเจรจาพันธมิตรใหม่ หวังสร้าง New S-Curve ในระยะยาว

นายปนายุ ศิริกระจ่างศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TBN ผู้นำด้าน Intelligent Digital Platform เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจปี 2569 ว่า “บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 15-20% จากปีก่อน โดยได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจจากการนำเสนอเทคโนโลยี สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเชิงธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ (Business Solution Sales) ซึ่งมุ่งเน้นการวิเคราะห์ Pain Point และความเข้าใจเชิงลึกในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อออกแบบโซลูชันแบบ Tailor-Made ที่ตอบโจทย์และสร้างผลลัพธ์ให้ลูกค้าได้โดยตรง

กลยุทธ์หลักในปีนี้ TBN จะมุ่งเจาะตลาดกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน (BFSI) ซึ่งยังคงมีความต้องการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง โดยบริษัทฯ ได้นำเสนอแพลตฟอร์มเรือธง “End-to-End Lending” ซึ่งครอบคลุมกระบวนการสินเชื่อครบวงจร ตั้งแต่ระบบรับคำขออนุมัติสินเชื่อ (Loan Origination) การบริหารพอร์ตสินเชื่อ (Loan Management) ระบบติดตามทวงถามหนี้ (Debt Collection) ไปจนถึงการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPA)

ด้วยจุดแข็งในการใช้แพลตฟอร์ม Low-code ผสานเข้ากับเทคโนโลยี AI ช่วยให้เราสามารถลดระยะเวลาพัฒนาระบบจากเดิมที่ต้องใช้เวลา 1-2 ปี เหลือเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งเพิ่มความคล่องตัวและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้กับองค์กรลูกค้า ปัจจุบันโซลูชัน End-to-End Lending ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีลูกค้ากลุ่มไฟแนนซ์ระดับประเทศใช้งานแล้ว 3-4 ราย และอยู่ระหว่างการเจรจาอีกหลายโครงการ

นอกจากนี้ TBN ยังคงมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อเติมเต็ม Ecosystem และเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ อันจะเป็นการสร้าง New S-Curve ให้กับบริษัทฯ

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการรวม 86.92 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีผลขาดทุนสุทธิ 5.90 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากภาวะ เศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว ทำให้ลูกค้าบางกลุ่มชะลอการตัดสินใจลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ประกอบกับกระแสเทคโนโลยี AI ที่ส่งผลต่อความต้องการของตลาด ขณะที่บริษัทฯ ยังคงมีโครงสร้างต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ในการเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวในระยะยาว ซึ่งกดดันความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น

แม้ผลประกอบการไตรมาสแรกจะปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด แต่เราได้เร่งดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด เพื่อให้ความสามารถในการทำกำไรกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว การมุ่งเน้น Solution ด้านสินเชื่อและบริหารหนี้ที่เป็นความเชี่ยวชาญหลักของเรา เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง” นายปนายุ กล่าว

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 TBN ยังคงมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่แข็งแกร่งรวม 284 ล้านบาท แบ่งเป็น งานพัฒนาระบบดิจิทัลและที่ปรึกษา 31 ล้านบาท งานบำรุงรักษาระบบและสนับสนุนเทคโนโลยี 223 ล้านบาท และงานอื่น ๆ อีก 30 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ภายในปีนี้ประมาณ 164 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 119 ล้านบาท จะรับรู้ในปีถัดไป


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment