SCAP ปั๊มกำไร Q1/2569 โตกว่า 136% กำไรแตะ 420 ล้านบาท

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 420.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,461.96 ล้านบาท จากพอร์ตลูกหนี้คงค้างที่ 25,624.69 ล้านบาท

นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา กรรมการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง สร้างความเชื่อมั่นว่าบริษัทฯจะรักษาระดับผลการดำเนินงานและ ผลกำไรได้อย่างนี้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569 ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ลดต่ำลง และจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเติบโตเชิงคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและรัดกุม โดยเฉพาะการคัดกรองลูกค้า การบริหารพอร์ตสินเชื่อ และการติดตามหนี้อย่างเป็นระบบ ด้วยแนวทางการบริหารงานเช่นนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่าเราจะสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569 และ ในอนาคต”


“ในช่วงต้นปี 2569 บริษัทฯ มีพัฒนาการสำคัญหลายด้านที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ ทั้งการที่ Fitch Ratings (Thailand) คงอันดับเครดิตของ SCAP ที่ระดับ A-(tha) พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต Stable ซึ่งสะท้อนถึงวินัยทางการเงินและศักยภาพในการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ รวมถึงการที่ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท ตอกย้ำความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง”


และเพื่อขยายการเข้าถึงบริการสินเชื่อเช่าซื้อสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง บริษัทเดินหน้ารุกธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone ครอบคลุมร้านค้าพันธมิตรกว่า 7,000 ร้านค้าทั่วประเทศและจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วในปีนี้ SCAPจึงตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone ภายใน 2 ปีจากนี้อีกด้วย หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นด้วยการก้าวเป็นผู้นำสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเช่าซื้อ

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 บริษัทมุ่งเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป



COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment