BE8 ปรับทิศทางเชิงกลยุทธ์ ปักธงเชื่อม AI โลกสู่องค์กรไทย–อาเซียน

เบริล 8 พลัส ปรับทิศทางเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ มุ่งสู่ Exclusive AI Market Gateway ผ่าน 3 เสาหลัก เดินหน้าผนึกพันธมิตรแพลตฟอร์ม AI ระดับโลก ล่าสุดจับมือ Lyzr จากสหรัฐฯ เติมพอร์ต AI ร่วมกับ Salesforce และ Google Gemini ขณะเดียวกันเตรียมรับรู้รายได้ระยะยาวจากโครงการ Postman Cloud ของไปรษณีย์ไทยในไตรมาส 3/2569 มั่นใจกลยุทธ์ใหม่จะทยอยหนุนทำกำไรครึ่งหลังปีนี้

นายอภิเษก เทวินทรภักติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทได้ทำการปรับทิศทางเชิงกลยุทธ์ เพื่อมุ่งสู่บทบาทการเป็นผู้นำในการให้บริการเชื่อมแพลตฟอร์ม AI ชั้นนำระดับโลกสู่องค์กรไทยและอาเซียน และได้ทำการกำหนดทิศทางธุรกิจระยะต่อไปเพื่อฟื้นฟูความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดการดำเนินงานผ่าน 3 เสาหลักเชิงกลยุทธ์ประกอบด้วย 1. การก้าวสู่ผู้นำด้าน AI Transformation ผ่านระบบนิเวศพันธมิตรระดับโลก โดยปรับยุทธศาสตร์จากการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วยตนเอง ไปสู่การร่วมมือ กับผู้ให้บริการ AI ชั้นนำ ในฐานะพันธมิตรแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่อเร่งการนำบริการเข้าสู่ตลาด และลดความเสี่ยง ด้านการพัฒนาที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก โดยในไตรมาส 1/2569 BE8 ได้ลงนามความร่วมมือ Exclusive Thailand Partnership ระยะ 3 ปี กับ Lyzr ผู้พัฒนา Enterprise AI Agent Platform จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน 100 บริษัท AI ที่มีนวัตกรรมสูงสุดของโลกประจำปี 2026 โดย CB Insights และมีฐานลูกค้าองค์กรกว่า 400 ราย อาทิ Accenture, AWS, Hitachi Energy, Publicis, AirAsia รวมถึงหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ

นายอภิเษก กล่าวต่อว่า ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ BE8 มีแพลตฟอร์ม AI หลักครบ 3 ราย ครอบคลุมการนำ AI ไปใช้ในองค์กร ได้แก่ Salesforce ที่เป็น AI สำหรับ ด้านบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าบนระบบ CRM, Google Gemini ในด้าน AI โมเดลที่เป็นรากฐาน และ Lyzr ที่มี AI สำหรับองค์กรที่ไม่ได้ใช้ Salesforce เป็นแกนหลัก เช่น กลุ่มธนาคาร โทรคมนาคม โลจิสติกส์ ภาครัฐ และธุรกิจที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม PRISM AI ของตนเอง ในฐานะ Centralized Intelligence Layer เพื่อช่วยให้องค์กรเลือกใช้ AI Model ที่เหมาะสมกับแต่ละงาน พร้อมบริหารต้นทุนการใช้ AI ให้สอดคล้องกับงบประมาณของลูกค้า

เสาหลักที่ 2. คือ การขยายฐานในตลาดไอทีภาครัฐ โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่อเนื่อง และเป็นโอกาสสร้างรายได้เชิงโครงสร้างของกลุ่ม BE8 โดยเบื้องต้นจะมีโครงการ Postman Cloud เป็นโครงการเรือธง หลังจากเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัทได้รับคัดเลือกเป็นพันธมิตรพัฒนาแพลตฟอร์ม Postman Cloud ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ภายใต้โมเดลแบ่งสรรรายได้ และคาดว่าจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/2569 และทยอยรับรู้รายได้ในระยะยาว

เสาหลักสุดท้าย คือ การสร้างธุรกิจใหม่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตระยะต่อไป หรือ New S-Curve ผ่านการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ และการเป็นพันธมิตรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยมุ่งปรับโครงสร้างรายได้จากงานโครงการแบบครั้งคราว ไปสู่รายได้ประจำจากค่าสมาชิก และรายได้ตามปริมาณการใช้งานผ่านการร่วมทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสำคัญ เพื่อพัฒนาโซลูชันและทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง เพิ่มความชัดเจนของรายได้ และลดความผันผวนจากงานโครงการและในปีนี้บริษัทเดินหน้าต่อยอดกิจการร่วมค้า HoriXon T8 ร่วมกับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มประกันภัยดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจา การร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ และการเป็นพันธมิตรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพิ่มเติมกับบริษัท AI Platform ระดับโลกหลายราย เพื่อขยายบทบาทของ BE8 ในฐานะผู้ได้รับสิทธิ์จัดจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟในประเทศไทยและอาเซียนและคาดว่าจะมีรายละเอียดและพร้อมประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

นายอภิเษก กล่าวอีกว่า จากการปรับเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทได้บันทึกการตั้งสำรองรายการพิเศษ (One-Time Items) จำนวน 31 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 45 ของผลขาดทุนสุทธิ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (non-recurring charges) เพื่อรองรับการปรับ

โมเดลธุรกิจ และปลดล็อกการเติบโตในระยะยาว ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมี รายได้รวม 608.99 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อนหน้า เติบโตร้อยละ 1.66 (YoY) สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าระยะยาว ขณะที่มีผลขาดทุนสุทธิ 68.91ล้านบาท

อย่างไรก็ตามหากหักรายการพิเศษออกจำนวน 31 ล้านบาท และหักค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนที่เกิดจากการควบรวมกิจการอีกจำนวน 5.99 ล้านบาท ผลขาดทุนสำหรับงวดจะอยู่ที่ 31.66 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิร้อยละ 5.19 ของรายได้ ซึ่งเป็นระดับที่บริษัทประเมินว่าบริหารจัดการได้ และจะทยอยฟื้นตัวเมื่อกลยุทธ์ใหม่จาก 3 เสาหลักเริ่มสร้างรายได้ในครึ่งหลังของปี


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment