สั่งเลิกสัญญา 2 โครงการอิตาเลียนไทย

“พิพัฒน์” สั่งเลิกสัญญา 2 โครงการอิตาเลียนไทย ตามข้อสั่งการนายกฯ หลังเครนถล่มซ้ำ ย้ำ ประชาชนต้องมาก่อน - ใข้กฏหมายเต็มที่

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการความปลอดภัยด้านคมนาคม ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกสัญญาจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 โครงการ จากเหตุเครนถล่มซ้ำซาก พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย และพิจารณาขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อกฎหมายและใช้อำนาจทางปกครองอย่างเคร่งครัดในกรณีผู้รับจ้างประมาทเลินเล่อร้ายแรงซ้ำซาก และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแจ้งกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณาเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ หรือตัดสิทธิผู้รับจ้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่ประชาชน โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุมภารกิจด้านการขนส่ง รองศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิชกร (นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ) พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม

นายพิพัฒน์ ได้ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมต้องดำเนินการ “ครบวงจร” ทั้ง ตรวจสอบข้อเท็จจริง – ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระยะยาว – บังคับใช้มาตรการกับผู้รับจ้างให้เกิดผลจริง โดยที่ประชุมรับทราบการจัดตั้งคณะกรรมการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ ดังนี้

1) กระทรวงคมนาคมได้จัดตั้ง ”คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง” ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโครงการก่อสร้าง เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุ ข้อเท็จจริง ผู้รับผิดชอบ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เป็นประธาน และมีหน่วยงานด้านความปลอดภัยและเทคนิคเป็นฝ่ายเลขานุการตามภารกิจ

2) ตั้ง “คณะกรรมการติดตามยกระดับมาตรการความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง และมาตรฐานการให้บริการขนส่งสาธารณะ” (คำสั่งที่ 121) ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่เป็น “กลไกกำกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งระบบ” ครอบคลุมทั้งช่วงก่อสร้างและช่วงเปิดให้บริการ โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธาน และมีองค์ประกอบจากหน่วยงานหลักของกระทรวงคมนาคมครบทุกมิติ เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมท่าอากาศยาน สนข. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รฟท. รฟม. AOT รวมถึงผู้แทนด้านวิชาชีพ วิศวกรรม เพื่อร่วมกำกับมาตรฐานและข้อเสนอเชิงเทคนิคอย่างใกล้ชิด โดยมีหน้าที่หลัก คือ ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน “ทุกมิติ” เสนอแนวทางยกระดับมาตรฐานสู่ความปลอดภัยสูงสุด และจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการขับเคลื่อน พร้อมรายงานผลต่อรัฐมนตรีเป็นระยะ

3) ตั้ง “คณะกรรมการติดตาม – เร่งรัด” การใช้กฎกระทรวงขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) และ “สมุดพกผู้รับจ้าง” ให้ใช้ได้จริงในการจัดซื้อจัดจ้าง (คำสั่งที่ 122)

นายพิพัฒน์ กำชับเพิ่มเติมว่า ให้เร่งทำให้มาตรการด้านผู้รับจ้างโครงการ เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดฯ เพื่อให้ทุกหน่วยงานนำกฎกระทรวงไปใช้ “โดยเร็ว” ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง) เป็นประธาน และมีหน่วยงานในสังกัดร่วมเป็นกรรมการครบถ้วน เช่น กรมทางหลวง/ชนบท/เจ้าท่า/ท่าอากาศยาน รวมถึง กทพ., รฟท., รฟม., AOT และหน่วยงานด้านกฎหมาย/ความปลอดภัยของ สปค. มีกองบริหารการคลัง สปค. เป็นเลขานุการ โดยมีหน้าที่สำคัญ ได้แก่ ทำความเข้าใจกฎกระทรวงและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ติดตาม–ประเมินผล–ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้มาตรการใช้ได้จริง เรียกข้อมูล/เอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลต่อรัฐมนตรี “ทุกเดือน” จนกว่าจะจัดทำแนวทางปฏิบัติของกระทรวงแล้วเสร็จ

นายพิพัฒน์ระบุ ย้ำหลักการในตอนท้ายว่า ต้องทำให้ประชาชน ปลอดภัยและมั่นใจมากที่สุด โดย กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมใน 3 มิติพร้อมกัน ได้แก่

1. สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ตามกรอบข้อสั่งการ โดยต้องระบุผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

2. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระยะยาว ทั้งงานก่อสร้างและการให้บริการขนส่งสาธารณะ

3. เร่งมาตรการกำกับผู้รับจ้าง ผ่านระบบขึ้นทะเบียน/จัดระดับชั้นผู้รับเหมา/สมุดพก และบทลงโทษเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ เร่งสรุปมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายจิระพงษ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมประสานผู้รับจ้าง หยุดการก่อสร้างโครงการของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 14 สัญญา เป็นเวลา 15 วัน เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างละเอียด

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของทุกบริษัทในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม หยุดการก่อสร้างไม่เกิน 15 วัน เพื่อเข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกัน และให้รายงานผลการตรวจสอบต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment