NOBLEผนึก Fulcrum ลงทุนอสังหาฯในUK

NOBLE ผนึก Fulcrum ตั้งบริษัทย่อย ลงทุนอสังหาฯในสหราชอาณาจักร จ่อปิดดีลแรกในเมือง “Manchester” วางงบลงทุน2,500 ล้านบาทภายใน 3 ปี ตั้งเป้าหมายกำไร 25 %

นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า บริษัท ได้ดําเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โนเบิล เวนเจอร์ อินเวสเมนท์ จํากัด (Noble Venture Investment Ltd.) ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน โดยบริษัทย่อยดังกล่าวจัดตั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการเข้าลงทุนในต่างประเทศและการขยายธุรกิจ โดยโครงการในต่างประเทศแห่งแรกจะลงทุนในสหราชอาณาจักร โดย NOBLE ลงทุนในสัดส่วน 45% ร่วมกับพันธมิตรกลุ่มบริษัท ฟัลครัม-โกลบอล แคปิตอล อินเวสเมนท์ (Fulcrum Global Investments) หรือ Fulcrum ในสัดส่วน 55% ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นกับ Fulcrum ซึ่งมีนายแฟรงค์ เหลียง เป็นเจ้าของ โดยนายแฟรงค์ยังถือหุ้นใน NOBLE สัดส่วนประมาณ 20% อีกด้วย

สำหรับเป้าหมายของการลงทุนในสหราชอาณาจักรจะเป็นรูปแบบโครงการที่ได้รับอนุญาตในการพัฒนาโครงการในเมืองใหญ่ ๆ ที่ถูกสร้างและมีผู้เช่าแล้ว เนื่องจากปัญหากำลังซื้อที่อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักร ทางรัฐบาลได้มีการสนับสนุนในการปรับปรุงโครงการประเภทอาคารสำนักงาน หรืออาคารเชิงพาณิชย์ เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน ดังนั้นทาง NOBLE และ Fulcrum จึงได้เห็นโอกาสดังกล่าวและได้มีการระบุการเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านการปรับปรุงดังกล่าว โดยมีการขายผ่านเครือข่ายกลุ่มลูกค้าที่แข็งแกร่งของบริษัทฯในแถบเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน เราเชื่อว่าพื้นฐานความต้องการสำหรับนักลงทุนชาวจีนและฮ่องกงในการกระจายการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ออกนอกประเทศบ้านเกิดนั้นมีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าการลงทุนไม่สูงมาก และให้ผลตอบแทนสูง

โดย NOBLE ได้ตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีจากนี้ว่าจะมีกำไรจากการลงทุนในต่างประเทศในสัดส่วนที่ 25% ของกำไรสุทธิรวม ซึ่งในปีแรกคาดจะใช้งบลงทุน 25 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท (NOBLE จะลงทุนประมาณ 450 ล้านบาทตามสัดส่วน) และเพิ่มการลงทุนภายในปี 2567 เป็นจำนวน 60 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจราเข้าซื้อโครงการแรกในเมืองแมนเชสเตอร์ ( Manchester) โดยคาดมีความชัดเจนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยรายได้จากการปล่อยเช่าและรายได้จากการทยอยขายสินทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งบริษัทฯมีนโยบายการถือครองสินทรัพย์ในแต่ละสินทรัพย์ประมาณ 2-3 ปี โดยคาดจะมีอัตราผลประโยชน์ที่มีต่อผู้ถือหุ้น (EIRR: Equity Internal Rate of Return) ที่ประมาณ 18-20%


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment