{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ "HANN" ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขยายโอกาสประชาชนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จ.มุกดาหาร และจ.อำนาจเจริญ ในการเข้าถึงสิทธิ การรักษาพยาบาลในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยรับส่งต่อบริการจากหน่วย ปฐมภูมิในพื้นที่ 3 จังหวัดที่กล่าวมา และหน่วยบริการประจำในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง ในโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ และโรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธร จากเดิมที่ ให้บริการรองรับสิทธิสำหรับประชาชนในพื้นที่ จ.ยโสธร
นางประภาศรี สุฉันทบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ HANN เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้มีนโยบายร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนในการสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขแก่ประชาชน ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ และโรงพยาบาลในเครือบริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของนโยบายดังกล่าว จึงมีความประสงค์เข้าร่วมดำเนินงานตามแนวทางที่ สปสช. กำหนด
ในการรับส่งต่อประชาชนในการเข้าถึงการรักษาจากหน่วยบริการปฐมภูมิ และหน่วยบริการประจำในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้ารับบริการให้กับประชาชน ผู้ใช้สิทธิบัตรทองซึ่ง โรงพยาบาลนายแพทย์หาญ และ โรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธร จ.ยโสธร ภายใต้เครือบริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ "HANN" ซึ่งจากเดิมทั้งสองรพ. ได้เข้าร่วมกับสปสช. ในการเป็นรพ.เอกชน ที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการสำหรับสิทธิบัตรทอง สำหรับประชาชนในพื้นที่ จ.ยโสธร มาตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งที่ผ่านมามีจำนวนผู้เข้ารับการรักษาด้วยสิทธิบัตรทองรวมแล้วมากกว่า 50,000 คน จึงได้ต่อยอดขยายพื้นที่สู่จังหวัดข้างเคียง ได้แก่ จ.ศรีสะเกษ จ.มุกดาหาร และ จ.อำนาจเจริญ
ทั้งนี้ บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ HANN ประกอบธุรกิจ โรงพยาบาลเอกชนภายใต้ 3 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลรวม แพทย์ยโสธร และโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ โดยมีผลการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2568 มีรายได้ 356.65 ล้านบาท คิดอัตราเติบโตลดลงเป็น 3.9 % เมื่อเทียบกับงวดเก้าเดือนของปี 2567 และมีกำไรสุทธิ 24.4 ล้านบาท คิดอัตราเติบโตเป็น 48.78 % เมื่อเทียบกับ งวดเก้าเดือนของปี 2567
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS