WHAUP ทุ่ม 2.9 พันล้านบาท ปั้นระบบนิเวศน้ำ–ไฟฟ้าอัจฉริยะ รับอุตสาหกรรมอนาคตจ่อปิดดีล Data Center เพิ่มในไตรมาส 2

บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ทุ่มงบลงทุนกว่า 2.9 พันล้านบาท เร่งเครื่อง 2 ธุรกิจหลัก “น้ำ-พลังงานไฟฟ้า” ส่งสัญญาณไตรมาส 2 นี้ เตรียมปิดดีลกลุ่ม Data Center พร้อมชูนวัตกรรมแพลตฟอร์มซื้อขายพลังงานไฟฟ้า ศึกษาโรงไฟฟ้า SMR มุ่งสร้างความมั่นคงพลังงานสะอาดแห่งอนาคต ผลักดันองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050

นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า ในปี 2569 WHAUP ประกาศเดินหน้าตอกย้ำ แผนกลยุทธ์หลักในการขยายความเป็นผู้นำในด้านสาธารณูปโภคและพลังงานแบบครบวงจร ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับประสิทธิภาพองค์กรผ่านการเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม พร้อมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด รวมถึงการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve ให้กับองค์กร พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคแบบครบวงจรทั้งน้ำและพลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาและให้บริการน้ำดิบและน้ำอุตสาหกรรม ระบบบำบัดน้ำ การพัฒนาน้ำมูลค่าเพิ่ม เช่น Premium Clarified Water และ Demineralized Water รวมถึงโซลูชัน Water Reclamation และ Smart Water Platform เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ควบคู่กับการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการ Solar Private PPA และ Direct PPA พร้อมพัฒนาโซลูชันนวัตกรรม เช่น Peer-to-Peer Energy Trading Platform ระบบซื้อขาย REC และการศึกษาการพัฒนา SMR เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพ

บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนปี 2569 ที่ 2,900 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจพลังงานไฟฟ้า 57 % และระบบสาธารณูปโภคน้ำ 43 % โดยตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ผ่าน 2 ธุรกิจหลัก ดังนี้

1.ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) : ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 170 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน แบ่งเป็นประเทศไทย 129 ล้านลูกบาศก์เมตร และเวียดนาม 41 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม Smart Water เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เร่งขยายระบบสาธารณูปโภคและพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะลูกค้ากลุ่ม Data Center ที่มีการใช้น้ำสูงกว่าธุรกิจทั่วไป 12-16 เท่า โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เซ็นสัญญาซื้อขายและบริหารจัดการน้ำกับลูกค้าเพิ่มกว่า 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และเตรียมปิดดีลสัญญาน้ำใหม่เพิ่มเติมอีก 17-29 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายในไตรมาส 2/2569 นี้ นอกจากนี้บริษัทฯ กำลังอยู่ในระหว่างการขยายกำลังการผลิตน้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสียรวมกว่า 25 ล้านลูกบาศ์เมตร ในนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 2.1, WHA ESIE3.1 และ WHA ESIE5 เพื่อรองรับความต้องการจากลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม Data Center

ด้านเวียดนาม บริษัทฯ ยังคงขยายพื้นที่การให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในนิคมของ WHA Group โดยเฉพาะในจังหวัดเหงะอานและทัญฮว้า ขณะเดียวกันโครงการที่บริษัทฯ ร่วมลงทุน โดยเฉพาะโครงการโรงผลิตน้ำประปา Duong River ซึ่งจำหน่ายน้ำให้กับชุมชนในกรุงฮานอย ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้บริษัทฯ ปรับกลยุทธ์สู่ “Water Positive” มุ่งบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าคืนน้ำสู่ธรรมชาติในปริมาณมากกว่าที่ใช้ ผ่านการพัฒนาแหล่งน้ำทางเลือก การกักเก็บน้ำฝน การบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ การส่งเสริมการใช้น้ำรีไซเคิล และลดการสูญเสียน้ำในระบบ รวมถึงพัฒนาโซลูชัน Water Reclamation และแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่อลดการใช้น้ำ ตอบโจทย์ด้าน ESG และ Decarbonization

2.ธุรกิจไฟฟ้า: ในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสีเขียวจากภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมุ่งพัฒนาโครงการ Solar ทั้งในรูปแบบ Private PPA, Feed-in-Tariff และ Direct PPA ควบคู่กับการพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียนสำหรับลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงและต้องการเสถียรภาพด้านพลังงาน

ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วเป็น 1,124 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเป็นพลังงานหมุนเวียน 596 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 53% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด โดยตั้งเป้าการเซ็นสัญญาโครงการ Private PPA ภายในประเทศเพิ่มอีก 60 เมกะวัตต์ และในประเทศเวียดนามเพิ่ม 29 เมกะวัตต์ ควบคู่ไปกับการเตรียมขยายพอร์ตพลังงานสะอาดเพื่อรองรับความต้องการโครงการ Direct PPA ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการสูงกว่า 2,000 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งศึกษาการลงทุนเพื่อขยายสู่ตลาดใหม่ อาทิ ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อสร้างฐานการเติบโตในภูมิภาคในระยะยาว

ในด้านการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดในอนาคต บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายไฟฟ้า Peer-to-Peer Energy Trading ควบคู่กับระบบซื้อขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ รวมถึงอยู่ระหว่างการร่วมศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมงในอนาคต


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment