{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Tidlor Holdings หรือ กลุ่มบริษัท (TIDLOR) ประกาศความสำเร็จผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดย นางสาวชลธิชา ทองไทย ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายบัญชีและการเงิน (CFO) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถและธุรกิจนายหน้าประกันภัย ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินเชื่อและต้นทุนอย่างรอบคอบ โดยในปี 2568 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 23,533.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% (YoY) โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยรับตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญ นอกจากนี้ยังสามารถขยายฐานลูกค้าของทั้งสองธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องจากช่องทางการจำหน่ายหลากหลาย (Omni-Channel) และในปี 2568 มีสาขารวมทั้งสิ้น 1,873 แห่ง ทั่วประเทศ
ในด้านธุรกิจสินเชื่อ ปี 2568 กลุ่มบริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างรวม 109,585.6 ล้านบาท เติบโต 5.4% (YoY) และ 2.1% (QoQ) โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการขยายฐานลูกค้าสินเชื่อทะเบียนรถผ่านสาขาเงินติดล้อทั่วประเทศ และยังมีแรงสนับสนุนสำคัญจากการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับบริการทางการเงินทั้ง “บัตรติดล้อ” และบริการ “โอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน” ที่ปัจจุบันมียอดการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงเงินทุนได้สะดวก และในระยะยาวยังส่งผลดีต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจให้กับกลุ่มบริษัทได้เป็นอย่างดี
ภายใต้การเติบโตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการคุณภาพหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ในปี 2568 ลดลงมาเหลือเพียง 1.5% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 1.8% ขณะที่อัตราผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อ (Credit Cost) ในปี 2568 อยู่ที่ 2.8% ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า เป็นผลจากระดับการตัดจำหน่ายหนี้สูญสุทธิที่ลดลง สอดคล้องกับการอนุมัติสินเชื่ออย่างรอบคอบ การติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพพอร์ตสินเชื่อโดยรวมที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา

สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัย ในปี 2568 กลุ่มบริษัท มียอดเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 11,247.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการมีบริการที่ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มผ่าน 3 ช่องทางหลักทั้งแบรนด์ ประกันติดโล่ (Shield Insurance Broker) แบรนด์อันดับ 1 ด้าน Face-to-Face มีพนักงานมืออาชีพมากกว่า 5,000 คน พร้อมให้บริการอย่างใกล้ชิด ผ่านสาขาเงินติดล้อทั่วประเทศ และยังมาจากการใช้จุดแข็งด้าน InsurTech Platform ให้บริการผ่านแบรนด์ อารีเกเตอร์ (Areegator) แพลตฟอร์มสำหรับนายหน้าประกันอิสระ และแบรนด์ เฮ้ กู๊ดดี้ (heygoody.com) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันออนไลน์ 24 ชม.
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2568 แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและสังคมต้องเผชิญกับทั้งภาวะน้ำท่วมภาคใต้และความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่กลุ่มบริษัทยังคงมีกำไรสุทธิ 1,038.5 ล้านบาท และยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ รัดกุม และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทจึงตั้งสำรองเพิ่มเติม รองรับความไม่แน่นอน เพื่อให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงภายใต้สถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน
COMMENTS
{{ errors.name }}
{{ errors.value }}
{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}
RELATED TOPICS