ค่าเงินบาทเปิดเช้า 27 มกราคม 2569 ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้า 27 มกราคม 2569 ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”

จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.05 บาทต่อดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน แต่โดยรวมอ่อนค่าลงในลักษณะ Sideways Up ทะลุโซนแนวต้านแถว 31.15 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.03-31.22 บาทต่อดอลลาร์) ตามจังหวะการปรับตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) หลังบรรยากาศในตลาดการเงินเริ่มกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลงบ้าง ทั้งนี้ เงินบาทยังพอได้แรงหนุนบ้าง หลังเงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ก่อนที่จะรีบาวด์ขึ้นบ้าง ตามการพลิกกลับมาอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรสถานะ Long JPY (มองเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น) จากการที่เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น “เร็วและแรง” ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลการร่วมมือของทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ เพื่อเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น

บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ท่ามกลางความหวังว่า ผลประกอบการของบรรดาหุ้นเทคฯ อาจออกมาสดใส ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดได้ทยอยคลายกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลงบ้าง ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.50% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้นราว +0.43%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นราว +0.20% หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มการเงิน ท่ามกลางความหวังว่า ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มดังกล่าวที่จะทยอยประกาศในช่วงนี้ อาจออกมาสดใส นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้างจากประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป ในเรื่อง Greenland ที่ทยอยคลี่คลายลง และยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ หลังราคาแร่โลหะมีค่าปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แถวโซน 4.22% หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะผลการประชุม FOMC ของ FED ขณะเดียวกัน บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวมก็จำกัดการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เรามองว่า ในช่วงนี้อาจยังคงมีความเสี่ยงที่บอนด์ยีลด์ระยะยาวของสหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้นได้บ้าง โดยเราขอเน้นย้ำว่า ควรรอติดตามประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงจากแรงขายบอนด์ระยะยาวทั่วโลก หากบอนด์ยีลด์ระยะยาวของญี่ปุ่นยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง นอกจากนี้ หากผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟด หลังรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลการประชุม FOMC ล่าสุด ก็อาจกดดันให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นได้ ทว่า จากการประเมินแนวโน้มบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ใหม่ ซึ่งเราได้คำนึงถึงแรงกดดันต่อสถานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจเพิ่มสูงขึ้น จากทั้งประเด็น Greenland และคดีมาตรการภาษี IEEPA จนทำให้ Term Premium ของบอนด์ระยะยาวสูงขึ้นจากที่เคยประเมินไว้ เราพบว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจในการดำเนินกลยุทธ์ รอจังหวะเข้าซื้อ หรือ Buy on Dip หากบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นทะลุโซน 4.25% (เช่นเดียวกันกับฝั่งบอนด์ระยะยาวของไทยที่ควรทยอยเข้าซื้อ หากบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย ปรับตัวสูงขึ้นเกิน 1.90% )

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ย่อตัวลง ในลักษณะ Sideways Down ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ทว่า เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนบ้าง หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) พลิกกลับมาอ่อนค่าลง ตามแรงขายทำกำไรสถานะ Long JPY (มองเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น) ของผู้เล่นในตลาด หลังทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ ยังไม่ได้เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่นตามที่ตลาดกังวลในวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 97.0 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 96.8-97.3 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ แม้จังหวะการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ จะพอช่วยหนุน ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) ทว่า ราคาทองคำก็พลิกกลับมาปรับตัวลงต่อเนื่อง ก่อนที่จะรีบาวด์ขึ้นบ้าง สู่โซน 5,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามแรงขายทำกำไรของผู้เล่นในตลาด อีกทั้งประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ได้ทยอยคลี่คลายลง

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP, ดัชนีภาคธุรกิจโดยบรรดาเฟดสาขาต่างๆ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดย Conference Board (Consumer Confidence) พร้อมทั้ง รอติดตามถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ในช่วงราว 02.00 น. ของเช้าวันพุธที่ 28 มกราคม ตามเวลาประเทศไทย

นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศยุโรป ในประเด็น Greenland และแนวโน้มการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราขอคงมุมมองเดิมว่า เงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways ต่อไป หลังโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ชะลอลงชัดเจน ตามการพลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่องทดสอบโซนแนวต้านของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัดได้ ตราบใดที่ ราคาทองคำยังสามารถทยอยรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง แต่เราขอเน้นย้ำว่า การปรับตัวขึ้น “เร็ว แรง” ของราคาทองคำ (XAUUSD) ในระยะสั้น ได้ทำให้ราคาทองคำเข้าสู่ Danger Zone มาสักระยะ เสี่ยงต่อการเข้าสู่ช่วงพักฐานได้ไม่ยาก ซึ่งหากราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการพักฐานได้จริง ตามสถิติที่เราวิเคราะห์มา อาจเป็นปัจจัยที่กดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าได้

ทั้งนี้ เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติมได้ ในกรณีที่ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าลงเพิ่มเติม หลังผู้เล่นในตลาดอาจเริ่มประเมินว่า ทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ อาจยังไม่เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ในระยะสั้นนี้ (เราประเมินว่า อาจมีการรอรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือผลการประชุม FOMC ของเฟด หรือการเปิดเผยว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ก่อนได้ ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียเพิ่มเติมได้ใน บทวิเคราะห์ Week Ahead ในวันก่อนหน้า)

แม้เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง แต่เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจจำกัดแถวโซนแนวต้าน 31.30-31.50 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าจะเห็นการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดอย่างชัดเจน เช่น ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดอย่างมีนัยสำคัญ หรือราคาทองคำปรับฐานลงหนัก นอกจากนี้ บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจทยอยเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะบอนด์ระยะยาว หลังบอนด์ยีลด์ระยะยาวของไทยได้ทยอยปรับตัวขึ้นพอควร (เราคงแนะนำ ทยอยเข้าซื้อบอนด์ 10 ปี ไทย หากบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นเหนือโซน 1.90%)

อย่างไรก็ดี เราขอเน้นย้ำว่า ความผันผวนของตลาดการเงินยังมีอยู่ โดยต้องจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินได้ หากมีการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่นได้จริงในช่วงนี้

ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ส่วนในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ แถวโซน 32.10-32.20 บาทต่อดอลลาร์

เราขอย้ำว่ามองว่า เงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าลงได้อย่างต่อเนื่องนั้น จะต้องเห็น 1. การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดที่ชัดเจน ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งและดีกว่าคาดมาก 2. การปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาทองคำ หรือ ราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการพักฐานใหม่ นอกจากนี้ หากราคาทองคำเร่งตัวสูงขึ้น ก็สามารถกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้เช่นกัน ผ่านโฟลว์ธุรกรรมไล่ราคาซื้อทองคำ หรือ Fear of Missing Out Buying Flows (FOMO Buy) และ 3. ปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งควรจะต้องเห็นความเสี่ยงที่รุนแรงต่อปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยว การส่งออก อาทิ มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และSemiconductor หรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ นักลงทุนต่างชาติแห่เทขายสินทรัพย์ไทย เช่น วิกฤตการเมือง

เราประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องจับตาทั้งสถานการณ์ Government Shutdown (ที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2026) และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้าโดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.10-31.30 บาท/ดอลลาร์

พูน พานิชพิบูลย์

นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน

Krungthai GLOBAL MARKETS

ธนาคารกรุงไทย


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment