สถานการณ์คอร์รัปชันในไทยเลวร้ายถึงจุดต่ำสุดแล้ว เหตุเพราะ

1. ไทยยังไม่เคยมีผู้นำที่มือสะอาดและมีความตั้งใจจริงที่จะปราบคอร์รัปชันให้ได้สำเร็จ นับเป็นโชคร้ายของ ประเทศเพราะที่ผ่านมาผู้นำทั้งที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารและมาจากการเลือกตั้ง ล้วนเป็นคนที่ “ปราบคอร์รัปชันด้วยปาก” ทั้งสิ้น ฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ซึ่งเคยมีการคอร์รัปชันสูงมากเช่นเดียวกับไทย แต่เมื่อได้ผู้นำประเทศที่มือสะอาดและมีความตั้งใจจริงในการปราบคอร์รัปชัน ผู้นำประเทศเหล่านั้นทำเหมือนๆ กันคือปฏิรูปหน่วยงานปราบคอร์รัปชันและยืนเป็น “กำแพงเหล็ก” ให้หน่วยงานปราบคอร์รัปชันยืนพิงได้อย่างหนักแน่นจนไม่มีใครมาแทรกแซงการทำงานได้ การปราบคอร์รัปชันจึงทำได้สำเร็จในที่สุด

2. หน่วยงานปราบคอร์รัปชันในเมืองไทยโดยเฉพาะปปช.นั้นยังยึดติดอยู่กับการ “ปราม” การคอร์รัปชันมากกว่าการ “ปราบ” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดอย่างมาก เพราะบทเรียนจากประเทศต่างๆที่เคยมีปัญหาเรื่องการคอร์รัปชันและแก้ได้สำเร็จ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองและเป็นสังคมอุปถัมภ์คล้ายเมืองไทยล้วนแต่ใช้ยุทธศาสตร์ “ปราบ” คอร์รัปชันก่อนทั้งสิ้น ที่น่ากังวลอย่างมากก็คือหน่วยงานปราบคอร์รัปชันเหล่านี้ ทั้งรับรู้ มีข้อมูล ทั้งเคยไปดูงานหน่วยงานปราบคอร์รัปชันในต่างประเทศมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังคงยึดติดกับแนวคิด “ปราม” มากกว่า “ปราบ” มาโดยตลอดและไม่คิดจะเปลี่ยน ดังนั้นถ้าหากไม่ “ปฏิรูป” ทั้งตัวบุคคลและยุทธศาสตร์แล้ว ไทยเราจะไม่มีวันปราบคอร์รัปชันได้สำเร็จอย่างแน่นอน

3. หน่วยงานปราบคอร์รัปชันในไทยยังขาดความโปร่งใสในการทำงาน ยังไม่มีระบบที่เปิดโอกาสให้หน่วยงาน อื่น สื่อมวลชนและประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานเหล่านั้นได้ว่ามีประสิทธิภาพ และโปร่งใสหรือไม่ ถ้าหากหน่วยงานปราบคอร์รัปชันกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเสียเอง ก็จะไม่มีใครสามารถตรวจ สอบได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ที่หน่วยงานปราบคอร์รัปชันทั้งหลายมีท่าทีที่ชวน ให้สงสัยถึงความเป็นองค์กรที่ดี มีจริยธรรม และโปร่งใสมากขึ้นเรื่อยๆ

4. ในอดีตสื่อมวลชนไทยยังมีจริยธรรมและมีความกล้าในการที่จะต่อสู้กับการคอร์รัปชัน แต่ในปัจจุบันนอกจากสื่อมวลชนจะไม่มีความกล้าหาญที่จะแฉการคอร์รัปชันเหมือนในอดีตแล้ว สื่อมวลชนบางส่วนยังใช้ความเป็นสื่อไปแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรจะได้จากนักการเมือง ภาครัฐ และเอกชน อีกด้วย

5. ภาคเอกชนไทยปัจจุบันมีความ “ด้านได้อายอด” มากยิ่งขึ้นจนเห็นได้ชัด ขาดทั้งจริยธรรมและความละอายใจ กระโดดเข้ามาร่วมคอร์รัปชันกับรัฐบาลและภาครัฐเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจกันอย่างครึกโครมมากกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก

6. คนไทยส่วนมากยอมรับเรื่องการคอร์รัปชันว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเสียแล้ว ต่างจากประเทศที่ปราบคอร์รัปชันได้สำเร็จซึ่งคนของเขา “จะไม่ยอมทน” ต่อการคอร์รัปชันเป็นอันขาดคนไทยส่วนมาก นอกจากจะยอมรับแล้วยังยินยอมเป็นส่วนหนึ่งของการคอร์รัปชันที่ทำกันในทุกสังคมทุกอาชีพในไทยไปแล้ว

.

หากยังปล่อยให้สถานการณ์คอร์รัปชันของไทยเป็นเช่นนี้อีกต่อไป ไทยเราคงหนีไม่พ้นที่จะต้องเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่อย่างแน่นอน ครั้งนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายในการปราบคอร์รัปชันในไทย ซึ่งจะต้องเริ่มต้นด้วยการมีผู้นำที่มือสะอาดและมีความตั้งใจจริงที่จะปราบคอร์รัปชัน และปฏิรูปการปราบคอร์รัปชันทั้งระบบโดยด่วน

.

เกษมสันต์ วีระกุล

12 มกราคม 2561

ที่มา http://bit.ly/2ATCET1


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment