อธิบดีกรมธนารักษ์คนใหม่เน้นเพื่อสังคม เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพื้นที่และจัดเก็บรายได้

อธิบดีกรมธนารักษ์คนใหม่ “ยุทธนา หยิมการุณ” ยกระดับธนารักษ์ เน้นเพื่อสังคมมากกว่ารายได้ แต่ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูล การจัดเก็บหวังปั๊มเงินให้ได้ 1.5 หมื่นล้านในปีงบประมาณ 63

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยภายหลังเข้ารับตำแหน่งอธิบดีเป็นวันแรก ว่า ตนได้วางแผนการบริหารจัดการกรมธนารักษ์ โดยมีเป้าหมายสานต่องานที่อธิบดีคนเก่าได้ดำเนินการ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดียิ่งขึ้น เพื่อยกระดับกรมธนารักษ์ ซึ่งจะเน้นในเรื่องขอการช่วยเหลือสังคม มากกว่าในเรื่องของรายได้

ในส่วนของสังคมนั้น กรมธนารักษ์จะดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการประชารัฐสร้างไทย เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก อาทิ โครงการดูแลประชาชนรายย่อย ด้วยการนำจัดสรรที่ดินที่เหมาะสมมาทำโครงการเพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่ที่ทำกินหรือใช้ประโยชน์ การจัดหาพื้นที่เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน เช่น การจัดการประชุม การจัดการพื้นที่เพื่อขายสินค้าของชุมชน อาจทำเป็นในลักษณะของศูนย์ แต่เบื้องต้นก็คือการขอความร่วมกับหน่วยงานที่ใช้พื้นที่ของราชพัสดุเปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้เข้ามาใช้พื้นที่ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ก็พร้อมผลักดันให้เกิดความคืบหน้า หากโครงการใดมีปัญหาที่ติดขัดก็พยายามจะใช้การเจรจา เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม การจัดตั้งศูนย์เพื่อรวบรวมข้อมูลพื้่นที่ราสพัสดุทั้งหมด ที่จะครอบคลุมรายละเอียดผู้ครอบครอง การใช้พื้นที่ แล้วนำมาวิเคราะห์ ตัดสินใจ เพื่อให้การบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และแก้ไขปัญหาการบุกรุก

ส่วนในเรื่องของรายได้นั้น แม้เป้าหมายที่วางไว้อาจจะอยู่ระดับหมื่นล้านบาท แต่จากการศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ให้เบื้องต้น อาจสามารถทำได้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎระเบียบของกฎหมายที่มีอยู่เดิม เช่น การที่หน่วยงานที่ใช้พื้นที่ราชพัสดุนำเอาพื้นที่ไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์อื่นนอกเหนือจากการใช้พื้นที่เพื่อทำการตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการให้เอกชนอื่นเช่าเพื่อประกอบกิจการค้า ซึ่งหน่วยงานนั้นจะต้องส่งรายได้ดังกล่าวเป็นรายได้แผ่นดินในอัตราร้อยละ 70 อีกร้อยละ 30 ให้นำไปเป็นสวัสดิการของหน่วยงาน แต่ที่ผ่านมาแทบจะไม่มีหน่วยงานใดจัดส่งรายได้ดังกล่าวเลย หรือการเรียกเก็บประโยชน์เกินกว่าที่ควรจะได้ เช่น การเรียกเก็บค่าห้องพักในอัตราที่สูงมาก แต่ส่งให้รัฐเพียงเล็กน้อย ทางกรมธนารักษ์จะไปเจรจาต่อรองเพื่อให้มีการส่งรายได้ให้แผ่นดินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

นอกจากนี้หากกฎหมายใหม่ของกรมธนารักษ์ออกมาแล้ว จะทำให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ใช้พื้นที่ราชพัสดุจะต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งทางกรมกำลังให้เจ้าหน้าที่ศึกษาข้อมูลว่าจะเก็บหน่วยงานใดในอัตราเท่าใด โดยแต่ละหน่วยงานอาจเสียค่าเช่าไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับรายได้ของแต่ละองค์กร โดยเท่านี้ก็สามารถจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กรมได้พอสมควร โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องไปขึ้นค่าเช่าพื้นที่

“ผมไม่หนักใจอะไร ตั้งใจมามา เป็นงานที่ชอบ เพราะช่วยเหลือสังคมได้มาก แต่คงต้องอาศัยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกท่านเพื่อช่วยกันผลักดันและเดินหน้าไปด้วยกัน” อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าว

ด้านนายอำนวย ปรีมนวงศ์ อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ ได้กล่าวฝากอธิบดีคนใหม่ให้สานต่อโครงการลงทุนเดิม โดยเฉพาะการก่อสร้างอาคารขนส่งผู้โดยสาร หมอชิต วงเงินลงทุน 26,000 ล้านบาท ศูนย์ราชการโซน C กำลังคัดเลือกผู้ลงทุน และเสนอครม.อนุมัติงผูกลงทุน แผนลงทุน 34,000 ล้านบาท

ขณะที่เรื่องการช่วยเหลือเชิงสังคม ซึ่งมีที่ราชพัสดุ จำนวน 1.3 ล้านไร่ มีผู้ครอบครองจำนวน 8 แสนรายที่ยังดำเนินการไม่ถูกต้อง บางส่วนทางส่วนราชการส่งคืนมาให้ ต้องทำงานในเชิงรุก เพื่อทำให้การเข้าครอบครองเป็นไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการเสียค่าเช่าอย่างถูกต้อง และมิให้เกิดการบุกรุกใหม่ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กรมธนารักษ์ได้ และทำให้ประชาชนมีความสามารถในการหารายได้และมีความสุขมากขึ้น

การสร้างสวนสาธารณะเบญจกิตติ เฟส 2 เพื่อพัฒนาสวนสาธารณะใช้เป็นปอดสีเขียวของชาวกรุงเทพฯ การประเมินราคาทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่ปลูกสร้าง 33 ล้านแปลง ครอบคลุม 77 จังหวัด และสุดท้ายการบริหารเหรียกษาปณ์ในระบบเศรษฐกิจ


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment