STGTรับออเดอร์ยาวปี65

ศรีตรังโกลฟส์เผยรับออเดอร์ยาวถึงปี 2565 แม้วัคซีนคืบหน้าก็ไม่กระทบ พฤติกรรมยุค New Normal หนุนภาพรวมตลาดเติบโต 15-20% ต่อปี

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT เปิดเผยว่า บริษัทมีคำสั่งซื้อถุงมือยางธรรมชาติถึงช่วงปลายปี 2564 และถุงมือยางไนไตรล์ที่ผลิตจากยางสังเคราะห์ มีออเดอร์ที่ต้องส่งมอบถึงต้นปี 2565 ดังนั้นข่าวความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนจึงไม่ได้ส่งผลให้ออร์เดอร์ถุงมือยางลดลงแต่อย่างใด ซึ่งภาพรวมความต้องการใช้ถุงมือยางทั่วโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณเฉลี่ยปีละ 15-20% เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนเกิดโรคระบาดที่ภาพรวมตลาดถุงมือยางทั่วโลกมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 8-12% ต่อปี

ปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรมถุงมือยาง นอกเหนือจากความจำเป็นที่ต้องใช้ถุงมือในการจัดการตามมาตรฐานสาธารณสุขโดยปกติและที่เพิ่มขึ้นจากการป้องกันโรค COVID-19 แล้ว ปัจจัยอุปสงค์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนทั่วโลกที่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัยและใส่ใจความสะอาดมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นวิถีการดำเนินชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) ขณะเดียวกันก็เกิดการขยายตัวของการใช้ถุงมือยางในภาคอุตสาหกรรม จากเดิมที่มีความต้องการใช้ในด้านการแพทย์เป็นหลัก มาสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร, ภาคการบริการภายในสนามบิน ฯลฯ

ปัจจุบันบริษัทเดินเครื่องจักรเต็มกำลังการผลิต โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้นกว่า 32,600 ล้านชิ้นต่อปี และคำสั่งซื้อที่มีขึ้นต่อเนื่องทำให้บริษัทได้ปรับแผนการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตให้เร็วขึ้น โดยวางเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งอีกกว่า 38,000 ล้านชิ้นต่อปี รวมเป็นประมาณ 70,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2569 จากแผนงานเดิมกำหนดไว้ภายในปี 2571 ได้แก่ การขยายกำลังการผลิตที่โรงงานจังหวัดตรัง สุราษฎร์ธานี อำเภอหาดใหญ่และอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และจังหวัดชุมพร ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเป็นที่เรียบร้อย เพื่อตอบสนองความต้องการใช้สินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนขยายกำลังการผลิตรวมประมาณ 24,000 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตทำสถิติใหม่ต่อจากจากครึ่งปีแรก ที่มีรายได้รวม 8,664.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,478.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 350.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายถุงมือยางธรรมชาติ 65% และถุงมือยางไนไตรล์ 35% จากการจำหน่ายสินค้าในไทยและส่งออกกว่า 140 ประเทศทั่วโลก


COMMENTS

{{ errors.name }}

{{ errors.value }}

{{c.name}} {{moment(c.created_at,"YYYY-MM-DD HH:mm:ss").toNow()}}
{{c.value}}

RELATED TOPICS

Please wait a moment